แปลงเพศต้องนอนโรงบาลกี่วัน? รวมระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดแปลงเพศ

แปลงเพศต้องนอนโรงบาลกี่วัน

อย่างที่ทราบกันดีว่าทุกการผ่าตัดศัลยกรรม ไม่ใช่การทำหัตถการที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ หรือทำแล้วสามารถเห็นผลลัพท์และใช้งานได้เลย โดยเฉพาะการแปลงเพศจากชายเป็นหญิงเนื่องจากบางเทคนิคเป็นการผ่าตัดเพื่อสร้างช่องคลอด โดยการใช้เนื้อเยื่อจากส่วนอื่นๆของร่างกาย มาเพื่อสร้างเป็นช่องคลอดทำให้ศัลยแพทย์จำเป็นจะต้องใช้เทคนิคการผ่าตัดที่มีหลายขั้นตอน จึงทำให้ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น ต้องใจเย็น และให้เวลาในการสมานแผลจนกว่าจะแห้งสนิท และสามารถใช้งานได้ตามปกติ ช่วงเวลาหลังการแปลงเพศจึงมีความสำคัญไม่แพ้การผ่าตัดเลย เพราะผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการพักฟื้นและการปฏิบัติตัวของอย่างเคร่งครัด

แปลงเพศต้องนอนโรงบาลกี่วัน ? จะได้เตรียมตัวถูก ต้องวางแผนทั้งเรื่องวันลา การเดินทาง ที่พักของผู้ดูแล รวมถึงการเตรียมตัวสำหรับการพักฟื้นหลังออกจากโรงพยาบาลเป็นคำถามที่ควรทราบเพื่อที่จะได้เตรียมตัวถูก

ระยะเวลาการนอนพักที่โรงพยาบาลของแต่ละคนอาจมีความแตกต่างกัน โดยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เป็นองค์ประกอบ เช่น เทคนิคการผ่าตัด สุขภาพ การฟื้นตัวของแต่ละเคสหลังดมยาสลบ รวมถึงการประเมินของศัลยแพทย์ถึงอาการเบื้องต้น ว่าผู้ป่วยควรกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้หรือไม่

บทความนี้จะพาคุณมาทำความเข้าใจว่า หลังผ่าตัดแปลงเพศควรนอนโรงพยาบาลกี่วัน ในแต่ละวันระหว่างพักรักษาตัวจะต้องทำอะไรบ้าง และเมื่อกลับบ้านแล้วต้องดูแลตัวเองอย่างไร เพื่อให้แผลหายดี ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และได้ผลลัพธ์ของการผ่าตัดที่ดีที่สุด

 

หลังแปลงเพศต้องนอนโรงบาลกี่วัน?

ปกติแล้วผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิง จะต้องทำการนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณเป็นเวลา 5–7 วัน แต่บางกรณีอาจใช้ระยะเวลาสั้นหรือยาวกว่านี้ก็ได้ เพราะขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ผู้ดูแล 

สำหรับช่วงเวลาที่พักฟื้นร่างกายและแผลอยู่ในโรงพยาบาลนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการพักฟื้นเฉยๆเท่านั้น แต่ช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงที่ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจากศัลยแพทย์ และแพทย์หลายๆท่านที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายของคนไข้ผู้เข้ารับบริการนั้นสามารถตอบสนองต่อการรักษาได้เป็นอย่างดี และไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่น่ากังวลต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม

ระหว่างการนอนโรงพยาบาล แพทย์จะมีการติดตามเรื่องต่าง ๆ ร่วมด้วยเช่น

  • ติดตามสัญญาณชีพหลังดมยาสลบว่าเป็นปกติหรือไม่
  • ติดตามอาการฟื้นตัวหลังดมยาสลบว่าดีขึ้นมาก น้อยแค่ไหน
  • อาการปวดและการตอบสนองต่อยาที่รับเข้าสู่ร่างกาย
  • ปริมาณของเลือดออกจากแผลตอนผ่าตัด
  • การสมานตัวของแผลผ่าตัดว่าเป็นไปตามระยะเวลาหรือไม่
  • การทำงานของสายสวนปัสสาวะ
  • การขับถ่ายหลังการผ่าตัด
  • ความพร้อมในการเริ่มเดิน และการเคลื่อนไหว
  • ความพร้อมในการดูแลแผลด้วยตนเอง

เมื่อคนไข้ผู้เข้ารับบริการสามารถรับประทานอาหารเองได้ เดินได้ด้วยตนเอง ไม่มีไข้ ไม่มีเลือดออกมากผิดปกติ และแผลหลังผ่าตัดอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ศัลยแพทย์จึงจะพิจารณาให้กลับบ้านเพื่อพักฟื้นต่อที่บ้าน

การพักฟื้นหลังผ่าตัดแปลงเพศ
การพักฟื้นหลังผ่าตัดแปลงเพศ

ทำไมจึงต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน?

การผ่าตัดแปลงเพศเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่มีหลายขั้นตอนในการผ่าตัด และใช้เวลาในการผ่าตัดหลายชั่วโมง ทั้งยังเป็นการผ่าตัดที่มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างอวัยวะเพศขึ้นมาใหม่ จึงทำให้ต้องอาศัยการดูแลหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน ได้แก่

เฝ้าระวังภาวะเลือดออก

หลังจากการผ่าตัด จะมีโอกาสที่เลือดออกจากแผลได้ แม้ว่าจะเป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว โดยศัลยแพทย์จะตรวจดูปริมาณของเลือดที่ไหลออกจากแผล และประเมินว่ามีเลือดคั่งค้างอยู่ใต้แผลหรือไม่

 

ป้องกันการติดเชื้อ

ในช่วงแรกหลังการผ่าตัดจะยังเป็นช่วงที่แผลยังเปิดอยู่และส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่แผล

คนไข้ผู้เข้ารับบริการจะได้รับการบริการ จากศัลยแพทย์ พยาบาลหรือผู้ดูแล เช่น

  • ยาปฏิชีวนะ
  • การทำแผลอย่างถูกวิธี
  • การดูแลทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ
  • การประเมินสภาพแผลทุกวัน

ขั้นตอนทั้งหมดเป็นขั้นตอนที่ช่วยลดโอกาสเกิดการติดเชื้อ และทำให้การสมานของแผลเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว

 

คุมอาการปวด

หลังการผ่าตัด คนไข้ผู้เข้ารับบริการมักจะมีอาการปวด ตึง หรือไม่สบายที่บริเวณแผล เป็นอาการที่พบได้ตามปกติหลังผ่าตัดทุกชนิด หากพักฟื้นที่โรงพยาบาล ศัลยแพทย์สามารถปรับยาแก้ปวดให้คนไข้ผู้เข้ารับบริการได้อย่างเหมาะสมกับอาการของแต่ละคน 

จะทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้นและสามารถเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น

 

ดูแลสายสวนปัสสาวะ

หลังการผ่าตัด โดยส่วนใหญ่จะมีการใส่สายสวนปัสสาวะเอาไว้อย่างชั่วคราว เพื่อช่วยในการระบายปัสสาวะและลดการรบกวนบริเวณแผลที่พึ่งผ่าตัดเสร็จ

ระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาล ทีมพยาบาลจะดูแล

  • ความสะอาดของสายสวนปัสสาวะ
  • ตรวจเช็คปริมาณของปัสสาวะ
  • สีของปัสสาวะ
  • การทำงานของสายสวน

ก่อนที่ศัลยแพทย์จะพิจารณาถอดสายสวนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

 

เริ่มฝึกเดินอย่างปลอดภัย

ถึงแม้ว่าการพักฟื้นที่โรงพยาบาลจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องพักผ่อน แต่คนไข้ผู้เข้ารับบริการก็ไม่ควรที่นอนติดเตียงเป็นเวลานาน ต้องขยับร่างกาย เพื่อให้แผลหายได้เร็วมากขึ้น

เมื่อร่างกายพร้อมและเริ่มเห็นว่าแผลมีการพัฒนาที่ดีแล้ว พยาบาลจะช่วยให้ผู้ป่วยเริ่มลุกนั่งและเดินช้า  เพื่อ

  • ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
  • กระตุ้นการทำงานของลำไส้
  • ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

 

ระยะเวลานอนโรงพยาบาลขึ้นอยู่กับอะไร?

  • ทั่วไปแล้วจะใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 5–7 วัน แต่คนไข้ผู้เข้ารับบริการแต่ละคนอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการฟื้นตัว อาทิ

 

เทคนิคที่เลือกใช้ในการผ่าตัด

  • เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศที่แตกต่างกันอาจส่งผลต่อระยะเวลาการพักฟื้นของแผลหลังผ่าตัดแปลงเพศที่ต่างกัน เช่น การสร้างช่องคลอดด้วยผิวหนังอวัยวะเพศหรือการใช้ลำไส้ เป็นต้น ซึ่งรายละเอียดในการดูแลหลังผ่าตัดนั้นจะมีความแตกต่างกัน ศัลยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินระยะเวลาพักฟื้นที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลให้เอง

 

สุขภาพของคนไข้ผู้เข้ารับบริการ

  • ในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวต่างๆ และไม่มีภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดแปลงเพศ มักจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าปกติ ในขณะที่ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หรือมีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ ทำให้อาจจะต้องได้รับการระมัดระวังตัวเพิ่ม

 

การตอบสนองต่อการรักษา

  • หากคนไข้ผู้เข้ารับบริการสามารถรับประทานอาหารได้ดี เดินได้ ไม่มีไข้ แผลแห้ง และไม่มีเลือดออกผิดปกติแล้ว จะพิจารณาให้กลับบ้านได้ตามกำหนด แต่หากพบภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลติดเชื้อหรือเลือดออก อาจจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลนานขึ้น

 

ออกจากโรงพยาบาลหมายถึงหายดีแล้วใช่หรือไม่?

คำตอบคือ ยังไม่หายดี การให้กลับบ้าน หมายถึงการมีอาการหลังผ่าตัดคงที่แล้ว ทั้งสามารถดูแลตัวเองต่อที่บ้านหรือที่พักได้ ไม่ได้หมายความว่าแผลผ่าตัดหายอย่างสมบูรณ์แล้ว

เนื่องจากหลังออกจากโรงพยาบาล ร่างกายของคนไข้ผู้เข้ารับบริการจะยังคงอยู่ในระยะฟื้นตัวต่ออีกหลายเดือน และยังต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลแผล การรับประทานยา การหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก และการติดตามผลตามนัดตามระยะเวลาที่ศัลยแพทย์นัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างดีที่ดีที่สุด

 

ช่วงเวลาการพักรักษาตัวหลังผ่าตัดแปลงเพศ ตั้งแต่วันผ่าตัดจนถึงวันกลับบ้าน

รายละเอียดอาจแตกต่างกันไปตามเทคนิคการผ่าตัดและแนวทางของแต่ละโรงพยาบาล แต่โดยภาพรวมสามารถอธิบายลำดับการพักฟื้นได้ดังนี้

 

หลังผ่าตัดทันที

  • หลังการผ่าตัดเสร็จแล้ว คนไข้ผู้เข้ารับบริการจะถูกส่งไปยังห้องพักฟื้น เพื่อให้วิสัญญีแพทย์และพยาบาลสามารถติดตามอาการได้อย่างใกล้ชิด

โดยจะมีการตรวจประเมิน

  • ความดันโลหิต
  • ชีพจร
  • การหายใจ
  • ระดับออกซิเจนในเลือด
  • ระดับความรู้สึกตัว
  • อาการคลื่นไส้อาเจียนจากยาสลบ
  • อาการปวด

เมื่อทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย จึงจะย้ายคนไข้ผู้เข้ารับบริการกลับเข้าห้องพัก

ในช่วงนี้คนไข้ผู้เข้ารับบริการอาจยังรู้สึก

  • ง่วงจากฤทธิ์ยาสลบ
  • ปวดแผล
  • อ่อนเพลีย
  • คอแห้งจากยาสลบ
  • ไม่สามารถลุกเดินได้

ซึ่งถือเป็นอาการปกติในช่วงแรก

TIMLINE การพักฟื้น
TIMLINE การพักฟื้น

วันที่ 1 หลังผ่าตัด

วันที่หนึ่งถือเป็นช่วงที่แพทย์จะจ้องติดตามอาการหลังผ่าตัดอย่างละเอียดใกล้ชิดที่สุด ได้แก่

  • ตรวจแผลผ่าตัด
  • ประเมินปริมาณเลือดออก
  • ตรวจสายสวนปัสสาวะ
  • ประเมินอาการปวด
  • ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด
  • ให้ยาแก้ปวด
  • ให้ยาปฏิชีวนะ

หากไม่มีข้อห้าม จะเริ่มจิบน้ำ และค่อย ๆ เริ่มรับประทานอาหารอ่อนตามการประเมินของศัลยแพทย์

 

วันที่ 2–3 หลังผ่าตัด

เมื่อร่างกายเริ่มฟื้นตัวได้มากขึ้นแล้ว จะได้รับการกระตุ้นให้เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายมากยิ่งขึ้นโดยทั่วไปจะเริ่ม

  • ลุกนั่ง
  • ยืน

 

วันที่ 4–5 หลังผ่าตัด

ในช่วงนี้จะเริ่มรู้สึกสบายตัวมากขึ้นแล้วเนื่องจากอาการปวดจะลดลงมากกว่าวันแรกๆ ทำให้สามารถ

  • รับประทานอาหารได้มากขึ้น
  • เดินได้ในระยะไกลขึ้น
  • สามารถทำกิจวัตรประจำวันบางส่วนได้ด้วยตัวเอง

ศัลยแพทย์จะเริ่มประเมินความพร้อมสำหรับการกลับบ้าน โดยจะดูจากองค์ประกอบดังนี้

  • แผลแห้งดีตาปกติหรือไม่
  • มีอาการติดเชื้อที่แผลหรือไม่
  • มีเลือดออกหรือไม่
  • รับประทานอาหารได้มากขึ้น หรือตามปกติแล้วหรือยัง
  • เดินได้หรือไม่
  • ปัสสาวะได้ตามปกติ

หากสามารถทำทุกอย่างได้ตามเกณฑ์ ก็จะเริ่มเตรียมแนะนำการดูแลตัวเองหลังออกจากโรงพยาบาล

 

วันที่ 5–7 หลังผ่าตัด

ช่วงนี้เป็นระยะที่ศัลยแพทย์จะพิจารณาให้กลับบ้าน หรือที่พักได้ โดยจะอธิบายรายละเอียดต่าง ๆในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

  • วิธีทำความสะอาดแผล
  • วิธีรับประทานยา
  • วิธีสังเกตอาการผิดปกติ
  • ข้อห้ามหลังผ่าตัด
  • การนัดตรวจครั้งต่อไป
  • แนวทางการขยายช่องคลอด

ควรสอบถามทุกข้อสงสัยอย่างละเอียดก่อนกลับ เพื่อให้สามารถดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีและถูกต้อง

ข้อห้ามหลังการผ่าตัดแปลงเพศ
ข้อห้ามหลังการผ่าตัดแปลงเพศ

หากมาจากต่างจังหวัดควรวางแผนอย่างไร?

สำหรับคนไข้ผู้เข้ารับบริการที่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด ควรวางแผนล่วงหน้า ทั้งเรื่องวันลา ที่พัก และผู้ดูแล

สิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อม ได้แก่

  • ที่พักใกล้โรงพยาบาล
  • มีญาติหรือผู้ดูแลอยู่ด้วยในช่วงแรก
  • เตรียมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย
  • วางแผนการเดินทางกลับเมื่อแพทย์อนุญาต

การเดินทางกลับทันทีหลังออกจากโรงพยาบาลอาจมีปัญหาได้ เนื่องจากการนั่งรถหลายชั่วโมง อาจทำให้เกิดอาการปวด บวม หรือไม่สบายตัว จึงควรปรึกษาศัลยแพทย์ก่อนเสมอ

 

หากมาจากต่างประเทศควรวางแผนอย่างไร?

อาจจะต้องอยู่ในประเทศไทยหลังออกจากโรงพยาบาลต่ออีก ประมาณ 2–4 สัปดาห์ หากแผลมีปัญหา หรือเกิดความกังวลส่วนบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดและการประเมินของศัลยแพทย์ ควรปรึกษาโดยละเอียด ในบางที่อาจมีการประเมินและติดตามผลออนไลน์

เหตุผลที่ไม่ควรรีบเดินทางกลับในถ้วงที ได้แก่

  • ต้องมาตรวจติดตามอาการหลังผ่าตัดหลายครั้ง
  • ศัลยแพทย์จะต้องประเมินการสมานของแผล
  • ต้องติดตามการขยายช่องคลอด
  • หากเกิดภาวะแทรกซ้อน จะได้รับการรักษาได้ในทันที

การขึ้นเครื่องบินเป็นเวลานานในช่วงเวลาที่เร็วเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน โดยเฉพาะในผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่อย่างการแปลงเพศมา ดังนั้นควรได้รับคำแนะนำจากศัลยแพทย์ก่อนเดินทางทุกครั้ง

นัดหมายติดตามอาการ
นัดหมายติดตามอาการ

เมื่อกลับบ้านแล้วจะต้องพักฟื้นต่ออีกนานไหม?

การออกจากโรงพยาบาล ไม่ได้หมายความว่าร่างกายฟื้นตัวสมบูรณ์แล้ว จึงต้องใช้เวลาในการพักฟื้นแผลต่ออีก  โดยทั่วไปแล้ว

  • ระยะ 1–2 เดือนแรก

จะเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังตัวอย่างมากที่สุด หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หลีกเลี่ยงออกกำลังกายที่ใช้แรง และการมีเพศสัมพันธ์

  • ระยะประมาณ 2–3 เดือน

จะเห็นได้ว่าแผลภายนอกจะสมานตัวได้ดีขึ้น แต่เนื้อเยื่อภายในยังคงอยู่ในระยะฟื้นตัว

  • ระยะประมาณ 3–6 เดือน 

จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างใกล้เคียงปกติแล้ว ทั้งนี้ก่อนกลับไปทำงานสามารถปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ดูแลก่อนได้

**ในช่วงพักฟื้น คนไข้ผู้เข้ารับบริการควรรับประทานอาหารที่มี

  • โปรตีนเพียงพอ 
  • ดื่มน้ำให้มากพอ 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ 
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการดูแลแผลและการขยายช่องคลอดอย่างสม่ำเสมอ 

เพื่อให้ผลลัพธ์ของการผ่าตัดเป็นไปอย่างดีที่สุด

หลังออกจากโรงพยาบาล ดูแลตัวเองอย่างไร?

รับประทานยาให้ครบตามแพทย์สั่ง

คนไข้ผู้เข้ารับบริการจะได้รับยากลับบ้าน เช่น

  • ยาปฏิชีวนะ
  • ยาแก้ปวด
  • ยาลดบวม
  • ยาระบาย (ในบางราย)

ควรรับประทานยาให้ครบตามกำหนด ครบโดส และไม่ควรหยุดยาเอง แม้อาการหรือแผลจะหายดีขึ้นแล้วก็ตาม

 

ดูแลแผลให้สะอาด

ควรได้รับการดูแลตามคำแนะนำของศัลยแพทย์

  • ล้างแผลตามวิธีที่ศัลยแพทย์แนะนำ
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสแผล
  • เปลี่ยนผ้าปิดแผลตามเวลาที่กำหนดต่อวัน
  • รักษาความแห้งและความสะอาดของแผล เพื่อไม่ให้อับชื้นและติดเชื้อ

 

เริ่มขยายช่องคลอดตามกำหนด

ในผู้ที่ผ่าตัดสร้างช่องคลอดใหม่ ศัลยแพทย์จะกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มขยายช่องคลอด

เนื่องจากการขยายช่องคลอดอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญต่อการแปลงเพศเป็นอย่างมาก เพราะช่วย

  • รักษาความลึกของช่องคลอด
  • ป้องกันการตีบตันของช่องคลอด
  • ลดการเกิดพังผืดภายในช่องคลอด
  • เตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานโดยการมีเพศสัมพันธ์ในอนาคต

ผู้ป่วยไม่ควรหยุดขยายช่องคลอด หรือปรับตารางการใช้งานโดยไม่ปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ดูแล

 

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ควรเน้นอาหารที่มี

  • โปรตีนสูง เช่น ไข่ ปลา อกไก่ เต้าหู้
  • วิตามินซีจากธรรมชาติ หรือ ผลไม้
  • ผักที่มีไฟเบอร์สูง มีประโยชน์ต่อการขับถ่าย
  • น้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 1.5–2 ลิตร

หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดมากเกินไป รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ในช่วงเวลาพักฟื้น

 

พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนออกมาเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ จึงควรนอนหลับให้เพียงพอวันละ 7–9 ชั่วโมงหลังผ่าตัดแปลงเพศ และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหนักในช่วงแรกหลังผ่าตัด

 

หลังแปลงเพศกลับไปทำงานได้เมื่อไร?

ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและการฟื้นตัวของแผลของแต่ละคน

โดยทั่วไปแล้ว

งานออฟฟิศ

  • สามารถกลับไปทำงานได้ประมาณ 4–6 สัปดาห์ หากคนไข้ผู้เข้ารับบริการะจะสามารถนั่งทำงานได้โดยไม่รู้สึกเจ็บมาก ปวด และสามารถลุกเดินเปลี่ยนอิริยาบถได้

 

งานที่ต้องใช้แรง

  • งานก่อสร้าง งานบริการ หรือในผู้ที่มีอาชีพที่ต้องเดินและยืนนาน อาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 8–12 สัปดาห์ หรือปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมของแผลและร่างกาย

ทุกอาชีพหากกลับไปทำงานเร็วเกินไป อาจส่งผลให้แผลจากการผ่าตัดแปลงเพศสมานตัวช้าลงหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน

 

หลังแปลงเพศเดินทางไกลได้เมื่อไร?

การเดินทางไกลควรได้รับการประเมินจากศัลยแพทย์ก่อนเสมอ โดยจะพิจารณาจาก

  • การหายของแผล
  • ความพร้อมของร่างกาย
  • ความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
  • ความสามารถในการดูแลแผลระหว่างเดินทาง

หากคนไข้ผู้เข้ารับบริการจำเป็นต้องเดินทางด้วยเครื่องบินหรือรถยนต์เป็นระยะเวลาเวลานาน ควรลุกหรือขยับ เปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบกลับมาพบแพทย์

  • มีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  • แผลเกิดการบวมแดงมากขึ้น
  • มีหนองหรือของเหลวสีผิดปกติออกมาจากช่องคลอดหรือแผล
  • มีกลิ่นเหม็นจากแผล
  • เลือดที่แผลออกมากผิดปกติ
  • ปวดแผลรุนแรงขึ้น
  • ปัสสาวะไม่ออก
  • ปวดน่อง ขาบวม หรือหายใจเหนื่อยผิดปกติ
  • ไม่สามารถทำการขยายช่องคลอดได้ ทั้งที่เคยทำได้

 

สิ่งที่ทำให้การพักฟื้นเป็นไปได้อย่างดี

ปัจจัยที่ช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิที่คนไข้ผู้เข้ารับบริการสามารถทำเองได้ ได้แก่

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • เข้าพบศัลยแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
  • ดูแลแผลอย่างดี และถูกต้อง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีโปรตีน
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ขยายช่องคลอดตามที่ศัลยแพทย์แนะนำ
  • ไม่หยุดยาเอง
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงในช่วงแรก
ตารางการพักฟื้น
ตารางการพักฟื้น

คำถามที่พบบ่อย 

แปลงเพศต้องนอนโรงบาลกี่วัน?

  • ประมาณ 5–7 วัน ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัด สุขภาพ และดุลยพินิจของศัลยแพทย์

 

หลังแปลงเพศต้องนอนพักที่โรงพยาบาลทุกคนหรือไม่?

  • ใช่ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องสังเกตุการ อาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด จึงจำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลก่อนกลับบ้าน

 

หลังแปลงเพศขึ้นเครื่องบินได้เมื่อไร?

  • ขึ้นอยู่กับการประเมินของศัลยแพทย์ โดยทั่วไปควรรอจนแผลและอาการพ้นระยะเสี่ยงของภาวะลิ่มเลือดอุดตันแพทย์จะอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินได้หลังจาก1เดือนหลังแปลงเพศ

 

หลังแปลงเพศต้องมีคนดูแลหรือไม่?

  • ควรมีผู้ดูแลอย่างน้อยในช่วง 1 สัปดาห์แรก เพื่อช่วยเหลือเรื่องการเดิน การทำแผล การรับประทานอาหาร และการเดินทางมาพบศัลยแพทย์

 

หากไม้พักฟื้นตามระยะยเวลาที่กำหนด จะเกิดอะไรขึ้น?

  • การกลับไปทำกิจกรรมหนักเร็วเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลแยก เลือดออก แผลติดเชื้อ หรือทำให้การฟื้นตัวช้าลงไปอีก ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่โรงพยาบาล คนไข้ผู้เข้ารับบริการจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมบุคลากรของคลินิกทุกท่าน โดยไม่ต้องกังวล และการออกจากโรงพยาบาลไม่ได้หมายความว่าการพักฟื้นร่างกายเป็นการสิ้นสุดลง เพราะร่างกายยังต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ จึงควรดูแลแผลอย่างถูกวิธี รับประทานยาให้ครบ ขยายช่องคลอดตามแผนการรักษา รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และมาตรวจติดตามผลตามนัดทุกครั้ง

ไม่เพียงเท่านั้น การเตรียมตัวที่ดี การวางแผนให้ดีในด้านการเตรียมระยะเวลาพักรักษาตัว และการปฏิบัติตามคำแนะนำของศัลยแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างดี ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ผลลัพธ์ของการผ่าตัดแปลงเพศออกมาสวยงามและเป็นธรรมชาติตามความคาดหวังในระยะยาว

Get in Touch

» Switch Languages