ทำไมต้องแก้จมูก ? เทคนิคที่ใช้ในการแก้จมูก และปัญหาที่พบบ่อย

การทำศัลยกรรมเปรียบเสมือนการเสี่ยงโชค เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจหรือสวยสมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรกหากการทำศัลยกรรมไม่เป็นไปตามที่พึงพอใจ หรือทำออกมาแล้วแย่กว่าเดิมก็อาจจะต้องทำการแก้ไข โดยการศัลยกรรมที่คนมักทำการแก้ไขเป็นอันดับต้นๆเลยก็คือการศัลยกรรมแก้จมูกนั่นเอง

การศัลยกรรมแก้จมูก หรือการผ่าตัดแก้ไขจมูกเป็นการปรับปรุงหรือแก้ไขรูปร่างของจมูกหลังจากการผ่าตัดครั้งก่อน อาจจะเป็นครั้งแรกหรือไม่ใช่ครั้งแรกก็ได้ ที่ได้ผลลัพธ์หลังการศัลยกรรมไม่เป็นไปตามที่ต้องการ หรือเกิดปัญหาต่าง ๆ ขึ้นหลังจากทำ เช่น รูปทรงไม่สวย, แกนจมูกเอียง, หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น การหายใจไม่สะดวก 

การผ่าตัดแก้จมูกมีความซับซ้อนและยากกว่าการเสริมจมูกครั้งแรก ดังนั้นจึงควรทำโดยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อปรับปรุงโครงสร้างจมูกให้ดีขึ้นและทำให้จมูกหลังจากการแก้ไขแล้วมีผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ทั้งรูปทรงและการใข้งาน เช่นการหายใจ หรือการรับรู้กลิ่น เป็นต้น

ปัญหาที่ทำให้ต้องแก้จมูก
ปัญหาที่ทำให้ต้องแก้จมูก

ทำไมต้องแก้จมูกเหตุผลที่คนมักต้องการแก้จมูก 

  • การแก้จมูกเพื่อปรับรูปทรงที่ไม่เป็นที่พึงพอใจ

หลังการศัลยกรรมเสริมจมูกครั้งแรก บางคนอาจไม่พอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ เช่น จมูกโด่งสูงจนเกินไป  ความโด่งสูงไม่พอตามที่ต้องการ ปลายจมูกหนาเกินไป รูจมูกไม่เท่ากัน หรือทรงจมูกไม่เหมาะกับใบหน้า จึงทำให้มีความต้องการที่จะแก้จมูก

  • แก้จมูกเนื่องจากมีแกนจมูกเอียงหรือเบี้ยว

แกนจมูกเอียงหรือเบี้ยว เกิดได้จากทั้งการวางซิลิโคนของแพทย์ และจากปัญหาในชั้นโครงสร้าง หากการเสริมในครั้งก่อนไม่ได้ทำศัลยกรรมเสริมจมูกอย่างถูกวิธีอาจทำให้แกนจมูกเอียงหรือเบี้ยว ทำให้ใบหน้าไม่สมดุล ทำให้เกิดความไม่มั่นใจและต้องการแก้จมูก เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น

  • แก้จมูกจากปัญหาซิลิโคนทะลุ

ซิลิโคนทะลุนั่น เกิดได้จากการเสริมที่สูงมากเกินไป บางกรณีที่ใช้ซิลิโคนที่มีคุณภาพไม่ดีหรือผิวหนังบริเวณปลายจมูกบางมากเกินไป ส่งผลให้ซิลิโคนดันออกมาจนทะลุปลายจมูกได้ จึงต้องแก้จมูกที่ทะลุเพื่อความปลอดภัย

  • แก้จมูกเนื่องจากมีปัญหาในการหายใจ

การเสริมจมูกที่ไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการหายใจ อาทิเช่น ช่องทางเดินหายใจที่แคบจนเกินไป รูจมูกที่ไม่เท่ากัน  หากไม่ได้รับการแก้จมูกให้ดี อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

  • แก้จมูกเนื่องจากปัญหาการติดเชื้อหรือการอักเสบ

หลังจากการศัลยกรรมเสริมจมูกครั้งแรก หากดูแลไม่ดี หรือแพทย์ทำการผ่าตัดไม่ดีอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อหรืออักเสบของแผลทั้งภายในและภายนอก ทำให้ต้องทำการแก้จมูกพื่อปรับปรุงสภาพจมูกให้ดีขึ้นและป้องกันอันตรายที่จะเกิดในอนาคต

  • แก้จมูกเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของใบหน้า

เมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าอาจเปลี่ยนแปลงไปตามอายุหรือการเสริมจมูกไม่เข้ากับรูปหน้า ในระยะยาวเช่นจมูกต่ำลงจากแรงโน้มถ่วงตามระยะเวลาที่ทำ จึงทำให้ต้องแก้จมูกเพื่อให้ใบหน้าดูเข้าที่และสวยงามมากยิ่งขึ้น

  • แก้จมูกเนื่องจากเกิดแผลเป็นภายในจมูก

ในการผ่าตัดจะต้องมีการเย็บทั้งภายในและภายนอก โดยหากเย็บไม่ดีอาจทำให้เกิดแผลเป็นที่อยู่ด้านในส่งผลให้รูจมูกตีบตันและไม่เป็นธรรมชาติได้

เทคนิคที่ใช้ในการศัลยกรรมแก้จมูก
เทคนิคที่ใช้ในการศัลยกรรมแก้จมูก

เทคนิคที่ใช้ในการศัลยกรรมแก้จมูก

ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบเปิด (Open Rhinoplasty)”
ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบเปิด (Open Rhinoplasty)”
  • ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบเปิด (Open Rhinoplasty)”

ลักษณะของเทคนิค: เทคนิคนี้เป็นการแก้จมูก โดยแพทย์จะทำการเปิดแผลบริเวณเนื้อตรงกลางระหว่างรูจมูกทั้งสองข้าง  (columella) รวมกับการเปิดแผลภายในรูจมูกทั้งสองข้างทำให้สามารถมองเห็นโครงสร้างที่อยู่ภายในจมูกได้อย่างเต็มที่ มองเห็นปัญหาของโครงสร้างจมูกทั้งหมด เหมาะสำหรับการแก้จมูกที่มีปัญหาที่ซับซ้อน เช่น จมูกเอียง, จมูกเบี้ยว, หรือแก้จมูกที่มีการติดเชื้อหรือซิลิโคนทะลุ

ข้อดีของการแก้จมูกด้วยการผ่าตัดแบบเปิด  : ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้ชัดเจน ทำให้การแก้ไขมีความแม่นยำมากขึ้น โดยการแก้ไขโครงสร้างภายใน หรือปรับแต่งการวางสันแกนจมูก

ข้อเสียของการแก้จมูกด้วยการผ่าตัดแบบเปิด: จะมีแผลผ่าตัดเล็ก ๆ ที่ฐานจมูกด้านนอก แต่แผลนี้มักจะหายได้ดีและไม่ทิ้งรอยแผลเป็นถาวร

ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบปิด (Closed Rhinoplasty)”
ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบปิด (Closed Rhinoplasty)”

ลักษณะของเทคนิค: เทคนิคแก้จมูกชนิดนี้ จะเป็นการผ่าตัดแก้จมูก ที่ไม่กรีดผ่าภายนอก แต่จะทำการเปิดแผลผ่าตัดภายในรูจมูก 1 ข้าง ทำให้ไม่มีรอยแผลที่มองเห็นจากภายนอก วิธีแก้จมูกเทคนิคนี้มักใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาที่ไม่ซับซ้อน เช่น ปรับแก้ไขเล็กน้อย หรือการแก้จมูกที่ยังคงมีโครงสร้างภายในที่ดี

ข้อดีของการผ่าตัดแก้จมูกแบบปิด: เป็นการแก้จมูกที่ไม่มีแผลผ่าตัดที่มองเห็นจากภายนอก และระยะเวลาการพักฟื้นสั้นกว่าแบบเปิด

ข้อเสียของการผ่าตัดแก้จมูกแบบปิด: แพทย์จะไม่สามารถมองเห็นปัญหาของโครงสร้างภายในจมูกได้ การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนอาจทำได้ยากกว่าการผ่าตัดแบบเปิด  และไม่สามารถแก้ปัญหาของจมูกได้ทั้งหมด ในบางทีอาจทำให้การแก้ไขไม่ได้ผลก็ได้เช่นกัน

ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบ Mini Open
ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบ Mini Open
  • ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การปรับแต่งซิลิโคน (Silicone Implant Revision)”

ลักษณะของเทคนิค: การแก้จมูกเทคนิคนี้ มักใช้ในกรณีที่ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมจมูกเดิมมีปัญหา เช่น เบี้ยว, เอียง, หรือทะลุ โดยแพทย์จะทำการนำซิลิโคนเก่าออก และเลือกใส่ซิลิโคนใหม่ที่มีคุณภาพดีขึ้นหรือขนาดที่เหมาะสมกว่า นอกจากนี้อาจมีการใช้เนื้อเยื่อหรือกระดูกอ่อนเพื่อเสริมบริเวณปลายจมูกหรือป้องกันไม่ให้ซิลิโคนทะลุ

ข้อดีของการแก้จมูกด้วยการปรับแต่งซิลิโคน: การแก้จมูกด้วยปรับแต่งซิลิโคนสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากซิลิโคนเดิมได้เพียงเท่านั้น จะเป็นการช่วยปรับรูปทรงจมูกให้ตรงตามความต้องการผู้เข้ารับบริการ แต่จะไม่สามารถใช้แก้ปัญหาอื่นๆได้

ข้อเสียของการแก้จมูกด้วยการปรับแต่งซิลิโคน: หากมีการใช้ซิลิโคนที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ได้มาตรฐาน การแก้จมูกวิธีนี้ อาจเกิดปัญหาเช่นเดิมได้ในระยะยาว

ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบ Semi-Open
ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การผ่าตัดแบบ Semi-Open
  • ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “การจัดแต่งโครงสร้างภายในจมูก (Structural Grafting)”

ลักษณะของเทคนิค: เทคนิคการแก้จมูกเทคนิคนี้จะเน้นการจัดเรียงโครงสร้างของกระดูก และเนื้อเยื่อที่อยู่ภายในจมูกใหม่ เพื่อให้มีความสมดุลและเข้ากับรูปทรงของใบหน้า นอกจากนี้ยังใช้ในการแก้จมูกกรณีที่จมูกมีปัญหาการหายใจหรือปัญหาจมูกทรุด

ข้อดีของการแก้จมูกโดยการใช้เทคนิคการจัดแต่งโครงสร้างภายในจมูก : ช่วยให้จมูกมีความแข็งแรงมากขึ้น ลดโอกาสในการทรุดตัวของจมูกไดเในอนาคต ทั้งยังช่วยในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการหายใจที่เป็นปัญหาเกี่ยวโครงสร้างภายในจมูกได้ด้วย

ข้อเสียแก้จมูกโดยการใช้เทคนิคการจัดแต่งโครงสร้างภายในจมูก : เป็นการผ่าตัดรแก้จมูกที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน ศัลยแพทย์จึงต้องมีความชำนาญเฉพาะด้านในการจัดเรียงโครงสร้างจมูกเป็นอย่างมาก

  • ศัลยกรรมแก้จมูกโดยการใช้เทคนิค “เทคนิคปรับปลายจมูก (Tip Plasty)”

ลักษณะของเทคนิค: เป็นเทคนิคแก้จมูกที่ใช้ในการปรับแต่งเฉพาะบริเวณปลายจมูก โดยมักใช้กระดูกอ่อนจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการหรือซิลิโคนเพื่อเสริมปลายจมูกให้ได้รูปทรงที่สวยงามและเหมาะสมรวมทั้งยังได้สัดส่วนที่รับกันกับใบหน้า

ข้อดีของการแก้จมูกด้วยเทคนิคปรับปลายจมูก: เป็นการแก้จมูกที่ช่วยให้ปลายจมูกดูสวยงามและเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสในการเกิดปัญหาปลายจมูกทะลุหรือเบี้ยวได้ในอนาคต

ข้อเสียของการแก้จมูกด้วยเทคนิคปรับปลายจมูก: เป็นการแก้จมูกที่ต้องใช้ความชำนาญในการปรับแต่งของศัลยแพทย์เพื่อให้ได้รูปทรงที่เหมาะสมและเข้ากับสัดส่วนของใบหน้า

ศัลยกรรมแก้จมูกด้วยเทคนิค Open Rib Plus+
ศัลยกรรมแก้จมูกด้วยเทคนิค Open Rib Plus+
  • ศัลยกรรมแก้จมูกด้วยเทคนิค Open Rib Plus+

ลักษณะของเทคนิค : เป็นเทคนิคการเสริมและแก้จมูกที่ผสมผสานหลากหลายเทคนิคเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ในการรักษาที่ดีที่สุด เหมาะกับทุกคน และยังใช้แก้ปัญหาจมูกได้อย่างหลากหลายตั้งแต่ชั้นโครงสร้าง สันจมูก ปลายจมูก และปีกจมูก ทั้งยังเป็นเทคนิคที่ใช้ร่วมกันกับเทคนิคอื่นๆ ทั้งการปรับแต่งซิลิโคน การปรับปลายจมูก การปรับแต่งโครงสร้างจมูกได้ทั้งสิ้น

ข้อดีของการแก้จมูกด้วยเทคนิค Open Rib Plus+ : เป็นเทคนิคการแก้จมูกที่แก้ปัญหาจมูกได้อย่างครบถ้วนตั้งแต่โครงสร้างภายใน เป็นการผ่าตัดแก้จมูกที่มีความละเอียด ซับซ้อน เหล่าซิลิโคนเพื่อให้เข้ากับรูปหน้าและรูปจมูกเดิมแบบเคสต่อเคส มีการรองปลายจมูกด้วยกระดูกซี่โครงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างจมูกและปลายจมูก จึงทำให้ได้ผลลัพธ์หลังการรักษาที่เป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับผู้เข้ารับบริการทำให้จมูกที่ทำเป็นจมูกแท่งสุดท้ายของผู้เข้ารับบริการได้

ข้อเสียของการแก้จมูกด้วยเทคนิค Open Rib Plus+ : เป็นเทคนิคเฉพาะที่ APS Clinic เท่านั้นไม่สามารถไปใช้บริการเทคนิคนี้จากคลินิกอื่นได้ ใช้ระยะเวลาในการทำนานเนื่องจากมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนเป็นอย่างมาก  รวมทั้งยังต้องมีแผล 2 จุดคือแผลผ่าตัดกระดูกซี่โครง และแผลจากการแก้จมูก

วัสดุที่ใช้ในการศัลยกรรมแก้จมูก
วัสดุที่ใช้ในการศัลยกรรมแก้จมูก

วัสดุที่ใช้ในการศัลยกรรมแก้จมูก

การ ศัลยกรรมแก้จมูก ต้องเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่แย่ไปกว่าก่อนแก้จมูกและปลอดภัยที่สุด โดยวัสดุที่ใช้แก้จมูกมีหลายประเภท ซึ่งสามารถจำแนกออกได้ด้วยกันสองกลุ่ม คือ วัสดุสังเคราะห์ (เช่น ซิลิโคน) และวัสดุจากร่างกายของผู้ป่วยเอง (เช่น กระดูกอ่อนหรือกระดูก) โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและข้อดีข้อเสียต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการและปัญหาที่เกิดขึ้นกับจมูกเดิมของผู้เข้ารับบริการ

ซิลิโคน (Silicone)

  • ลักษณะ: ซิลิโคนเป็นวัสดุที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการศัลยกรรมจมูกและแก้จมูก มีความคงทนและสามารถแต่งรูปทรงได้ง่าย มีทั้งสำเร็จรูปและแพทย์ทำการเหลาเอง
  • ลักษณะการใช้งาน: ซิลิโคนจะใช้ในการเสริมดั้งจมูกให้โด่งสูงขึ้น โดยแพทย์จะตัดแต่งซิลิโคนให้เข้ากับรูปทรงจมูกของแต่ละบุคคลจึงทำการใส่เข้าไป
  • ข้อดีของซิลิโคน: ซิลิโคนมีความคงทนและสามารถควบคุมรูปทรงได้ง่าย ช่วยเพิ่มความสูงของสันจมูกได้อย่างชัดเจน
  • ข้อเสียของซิลิโคน: ซิลิโคนบางประเภทอาจก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาว เช่น เบี้ยว เอียง หรือทะลุ หากวัสดุไม่ดีพอหรือขั้นตอนการเสริมไม่ถูกต้อง

 

กระดูกอ่อนหลังหู (Ear Cartilage)

  • ลักษณะ: กระดูกอ่อนหลังหูเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการเสริมปลายจมูก เนื่องจากกระดูกอ่อนหลังหูนั้นมีความยืดหยุ่นและให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • ลักษณะการใช้งาน: แพทย์จะทำการตัดกระดูกอ่อนจากหลังหูของผู้เข้ารับบริการเพื่อนำมาใช้เสริมปลายจมูกหรือแก้ไขควาปัญหาที่เกิดจากการเสริมซิลิโคนที่ปลายจมูก
  • ข้อดีของกระดูกอ่อนหลังหู: กระดูกอ่อนหลังหูเป็นวัสดุจากร่างกายของคนไข้ผู้เข้ารับบริการเอง จึงมีความเข้ากันได้สูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการแพ้และการทะลุทั้งยังให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
  • ข้อเสียของกระดูกอ่อนหลังหู: ต้องมีการผ่าตัดเพิ่มเติมที่บริเวณหูเพื่อเก็บกระดูกอ่อน และในบางกรณีอาจไม่เพียงพอหากต้องการใช้ในปริมาณที่มาก เนื่องจากกระดูกอ่อนหลังหูมีปริมาณที่จำกัด

 

กระดูกอ่อนซี่โครง (Rib Cartilage)

  • ลักษณะ: กระดูกอ่อนจากซี่โครงของผู้เข้ารับบริการเอง ปลอดภัย ไม่อันตราย มักจะถูกใช้ในการผ่าตัดแก้จมูกที่มีความซับซ้อน เช่นมีปัญหาโครงสร้าง ปลายจมูกทะลุ รวมทั้งในกรณีที่ไม่ต้องการใช้วัสดุสังเคราะห์ในปริมาณมาก
  • ลักษณะการใช้งาน: ใช้ในกรณีที่ต้องการเสริมโครงสร้างใหม่ให้กับจมูกเดิม อาทิเช่น ในกรณีที่จมูกมีการทรุดตัวลงมากหรือซิลิโคนไม่สามารถใช้ในการแก้ไขได้หมดทุกอย่าง
  • ข้อดีของกระดูกอ่อนซี่โครง: กระดูกอ่อนซี่โครงมีความแข็งแรงและสามารถใช้ในการสร้างโครงสร้างใหม่ได้ดี โอกาสเกิดการแพ้หรือเกิดการทะลุได้น้อย เนื่องจากเป็นวัสดุที่มาจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการเอง
  • ข้อเสียของกระดูกอ่อนซี่โครง: ต้องมีการผ่าตัดที่บริเวณซี่โครงเพื่อเก็บกระดูก ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลเป็นและการฟื้นตัวอาจนานกว่าการใช้วัสดุชนิดอื่น

 

เนื้อเยื่อเทียม (Alloderm หรือ Gore-Tex)

  • ลักษณะ: เป็นเนื้อเยื่อเทียม วัสดุสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติคล้ายเนื้อเยื่อของมนุษย์ มักใช้ในการเสริมปลายจมูกหรือเพื่อปกป้องซิลิโคนไม่ให้ทะลุ
  • ลักษณะการใช้งาน: มักใช้ร่วมกับซิลิโคนเพื่อใช้ในการเสริมปลายจมูกเให้มีความปลอดภัย ป้องกันไม่ให้ซิลิโคนดันออกมาจนเกิดการทะลุปลายจมูก
  • ข้อดีของเนื้อเยื่อเทียม: ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการเสริมซิลิโคน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับแต่งรูปทรงจมูก
  • ข้อเสียของเนื้อเยื่อเทียม: เนื้อเยื่อเทียมเป็นวัสดุสังเคราะห์ อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดการติดเชื้อหรือการอักเสบในระยะยาว

 

กระดูกสันจมูกของตัวเอง (Septal Cartilage)

  • ลักษณะ: กระดูกอ่อนจากสันจมูกของตัวเอง (Septum) สามารถใช้ในการแก้ไขและเสริมจมูกได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการแก้ไขปัญหาการหายใจหรือเสริมโครงสร้างภายในจมูก
  • ลักษณะการใช้งาน: ใช้ในการปรับแต่งโครงสร้างภายในจมูก เช่น ปรับแกนจมูก หรือเสริมบริเวณที่ต้องการการสนับสนุนที่แข็งแรง
  • ข้อดีของกระดูกสันจมูกของตัวเอง : การใช้กระดูกอ่อนจากสันจมูกของผู้เข้ารับบริการเองจะช่วยให้เข้ากับโครงสร้างของจมูกได้มากขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาด้านการแพ้วัสดุแปลกปลอม
  • ข้อเสียของกระดูกสันจมูกของตัวเอง : กระดูสันจมูกมีขนาดที่เล็กและมีปริมาณน้อย อาจมีปริมาณไม่เพียงพอในกรณีที่ต้องการใช้ในปริมาณมาก อาีทั้งศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดต้องใช้ความชำนาญในการผ่าตัดสูง

 

ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกวัสดุที่ใช้ในการแก้จมูก

  • สภาพร่างกาย

การใช้วัสดุที่มาจากร่างกายของผู้เข้ารับบริการในการแก้จมูก จะต้องมีรายกายที่มีความสมบูรณ์พร้อมสำหรับการผ่าตัดจากการตรวจสภาพร่างกายจึงจะปลอดภัยในการผ่าตัด

  • ปัญหาที่ต้องการจะแก้จมูก

ปัญหาบางชนิด จำเป็นจะต้องใช้วัสดุร่วม และวัสดุบางชนิดนั้นไม่มีปริมาณที่มากพอในการใช้งาน

  • ความต้องการในการเสริม

หากต้องการเสริมจมูกที่โด่งและสูง จะต้องใช้วัสดุเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยและลดการเกิดจมูกทะลุ และการใช้วัสดุที่มาจากร่างกายของเราเองจะลดการเกิดปัญหาต่างๆตามมา

  • โอกาสเกิดการแพ้หรือการอักเสบ

ร่างกายของบางคนอาจแพ้วัสดุสังเคราะห์และในบางคนอาจไม่เกิดอาหารแพ้ ซึ่งเราไม่สามารถรับรู้ได้เลย การป้งกันไว้ตั้งแต่เบื้องต้น อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

  • ผลลัพธ์ที่ต้องการ

การแก้จมูกในแต่ละคนต้องการผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน อาทิ บางคนต้องการมีแผลแค่จุดเดียว บางคนสามารถมีแผลเพิ่มได้อีกหนึ่งจุด บางคนไม่ได้ต้องการจมูกโด่งมาก และบางคนอยากมีจมูกที่โด่งมากเป็นต้น

 

การเตรียมตัวก่อนการศัลยกรรมแก้จมูก

  • ปรึกษาศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการแก้จมูก

ควรเลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการแก้จมูก เนื่องจากการแก้จมูกมักมีความซับซ้อนกว่าการทำครั้งแรก จึงควรปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาจมูกที่พบและประเมินความเข้ากันของจมูกกับใบหน้า พร้อมทั้งใช้เทคนิคในการแก้จมูกที่เหมาะสม

อีกทั้งควรนำข้อมูลหรือประวัติจากการเสริมจมูกในครั้งก่อนรวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจากจมูกอันก่อนหน้า มาให้ศัลยแพทย์ทำการวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อให้การแก้จมูกได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • งดรับประทานยาบางชนิด

งดการรับประทายาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน และอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี หรือสมุนไพรบางชนิด ควรงดรับประทานอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด เพื่อป้องกันการเกิดเลือดออกในระหว่างผ่าตัด

ควรแจ้งให้ศัลยแพทย์ทราบหากคุณมีโรคประจำตัว หรือกำลังรับประทานยาใด ๆ อยู่ เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่ามีผลต่อการผ่าตัดหรือไม่

  • งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

ควรงดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัดแก้จมูก เพราะบุหรี่ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อ และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ

งดการดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดดื่มอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัดแก้จมูก เพื่อป้องกันการขยายหลอดเลือดซึ่งอาจทำให้เกิดการเลือดออกได้ง่าย

งดการรับประทานทานอาหารประเภทของหมักดองเป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันการอักเสบของแผลแก้จมูก

  • ตรวจเลือด และ ตรวจร่างกายโดยการทำ CT Scan

เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนทำการแก้จมูก และเพื่อความปลอดภัยในระหว่างทำ เนื่องจากการแก้จมูกบางเทคนิคจะต้องใช้การดมยาสลบร่วมด้วย

  • งดการรับประทานอาหาร และดื่มน้ำ เป็นระยะเวลา 8 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

เพื่อให้ในระหว่างการทำเกิดท้องว่างและไม่เป็นอันตรายในระหว่าแก้จมูก

  • ควรสระผมก่อนให้เรียบร้อยก่อนผ่าตัดแก้จมูก

เนื่องจากหลังทำการผ่าตัดแก้จมูกจะต้องหลีกเลี่ยงการโดนน้ำของแผล เพื่อป้องกันการอักเสบของแผลแก้จมูก

 

ขั้นตอนการศัลยกรรมแก้จมูก

การตรวจและวิเคราะห์ปัญหาจากการเสริมจมูกครั้งก่อน

  • ศัลยแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเสริมจมูกครั้งก่อน อาทิ จมูกเอียง จมูกเบี้ยว ซิลิโคนทะลุ หรือปัญหาอื่น ๆ เพื่อประเมินว่าแก้ไขได้ด้วยวิธีใดและควรใช้วัสดุแบบใดในการแก้ไข
  • ในกรณีที่จมูกมีการบวมอักเสบหรือมีการติดเชื้อ ศัลยแพทย์อาจต้องรักษาอาการเหล่านี้ก่อนจะทำการผ่าตัดแก้จมูก

 

การเลือกวัสดุสำหรับแก้จมูก

  • ในการแก้จมูกศัลยแพทย์จะแนะนำการใช้วัสดุชนิดต่าง ๆ โดยอ้างอิงจากปัญหาของผู้เข้ารับบริการ 

 

การผ่าตัดทำศัลยกรรมแก้จมูก

  • โดยในขั้นตอนนี้จะนับตั้งแต่การดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ รวมทั้งขั้นตอนการผ่าตัด ตั้งแต่การปรับแก้โครงสร้างและการตกแต่งจมูก

 

การเย็บปิดแผลจากการแก้จมูก

  • ศัลยแพทย์จะทำการเย็บแผลอย่างระมัดระวัง ในกรณีที่เป็นการผ่าตัดแบบเปิด การเย็บแผลจะอยู่บริเวณใต้จมูกและแผลจะหายไปภายในเวลาไม่นาน ส่วนการผ่าตัดแบบปิดจะไม่มีแผลภายนอกให้เห็น

 

การพักฟื้นและดูแลหลังการแก้จมูก

  • หลังการผ่าตัดแก้จมูก ผู้เข้ารับบริการจะต้องพักฟื้นและดูแลแผลตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ เช่น การใช้ยาลดบวม, ยาฆ่าเชื้อ, หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนจมูก และไม่ควรนอนหงายเพื่อป้องกันการกดทับที่จมูก
  • ระยะเวลาการพักฟื้นหลังการแก้จมูกจะขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการผ่าตัดและการตอบสนองของร่างกาย โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์สำหรับลดบวมและฟื้นตัวของแผลผ่าตัดแก้จมูก

 

การดูแลหลังการผ่าตัดแก้จมูก

  1. หลังแก้จมูก ควรงดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการอักเสบและช่วยให้แผลฟื้นตัวเร็วขึ้น
  2. หลังการแก้จมูก 72 ชั่วโมง แรกสามารถประคบเย็นไว้ที่บริเวณหน้าผากได้ ข้อควรระวังคือห้ามประคบในบริเวณแผล เพื่อเป็นการบรรเทาให้เลือดหยุดไหล ช่วยให้แผลยุบบวมได้ไวมากยิ่งขึ้น 
  3. หลังการแก้จมูกควรนอนหมอนสูง เพื่อให้ศีรษะอยู่สูง เพื่อป้องกันการเกิดเลือดคั่งในโพรงจมูก
  4. หลังการแก้จมูกหากมีเลือดไหลที่บริเวณรูจมูก สามารถใช้ คอตตอลบัท ชุบน้ำเกลือเช็ดในบริเวณที่เลือดไหลได้ แต่ต้องระวังให้เช็ดอย่างเบามือที่สุด
  5. หลังการแก้จมูก ครบ 7 วัน แผลจะเริ่มสนิทมากขึ้น สามารถประคบอุ่นเพื่อให้บรรเทารอยม่วง เขียว ช้ำ ของจมูกหลังทำการแก้จมูก
  6. หลังการแก้จมูก ห้ามแคะ แกะ เกา หรือขยี้บริเวณจมูก 
  7. หลังการแก้จมูก ควรหลีกเลี่ยงการเล่นกีฬาหนัก เนื่องจากแผลที่จมูกที่ทำการแก้จมูกจะยังไม่หาย และจมูกยังไม่เข้าที่
  8. หลังการแก้จมูกควรระมัดระวังการกดทับของจมูก
  9. หลังการแก้จมูกควรระวังการกระทบกระแทกที่บริเวณจมูก
  10. หลังการแก้จมูก ควรปฏิบัติตัวตามคำสั่งของคุณหมออย่างเคร่งครัด

ในการผ่าตัดแก้จมูก เป็นการผ่าตัดที่มีความยาก ซับซ้อน และมีรายละเอียดขั้นตอนในการผ่าตัดมากกว่าการเสริมจมูกเป็นอย่างมาก ในผู้ที่ต้องการแก้จมูกนั้น จึงจำเป็นต้องเลือกคลินิกที่เข้ารับบริการที่มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจได้ อีกทั้งศัลยแพทย์ที่เป็นผู้รักษาควรจะเป็นแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้การรักษาไม่มีอันตราย และให้ผลลัพธ์ในการแก้จมูกที่ออกมาดีอย่างที่คาดหวัง

» Switch Languages