ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้นอีกทั้งยังเริ่มดูแลตัวเองกันเร็วมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยหลายๆอย่างที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายมีมากขึ้นและคนตรรหนักรู้ในเรื่องของสุขภาพมากขึ้นด้วย การมีผิวพรรณที่ดูดี และยังมีสุขภาพดีจากภายใน กลายมาเป็นเป้าหมายสำคัญของหลายคน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ที่ต้องการดูดีและสุขภาพดีไปพร้อมๆกัน
การทาครีมบำรุงผิวเพียงอย่างเดียวในยุคนี้จึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว สำหรับการฟื้นฟูผิวที่ต้องเผชิญกับปัจจัยต่างๆที่ทำลายผิว ทั้งมลภาวะ แสงแดด ความเครียด และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
การดูแลผิวที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน คือ การให้วิตามินผิว (IV Drip หรือ Vitamin Drip) ซึ่งเป็นการเติมวิตามินและสารอาหารต่างๆที่จำเป็นเข้าสู่ร่างกายโดยตรง ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินหรือสารอาหารต่างๆเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ
การให้วิตามินผิวจึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูสดใส เปล่งปลั่ง ลดความหมองคล้ำ และช่วยเสริมสุขภาพโดยรวมของร่างกาย
บทความนี้ APS Clinic จะพาคุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการให้วิตามินผิวว่า
- วิตามินผิวคืออะไร
- ข้อดีของการให้วิตามินผิวมีอะไรบ้าง
- ให้กี่ครั้งจึงจะเห็นผล
- และใครบ้างที่เหมาะกับการทำวิตามินผิว
เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจดูแลผิวได้อย่างถูกต้องและไม่อันตรายต่อร่างกาย

วิตามินผิว คืออะไร
วิตามินผิว (Vitamin Drip หรือ IV Drip) คือการให้สารอาหารต่างๆ วิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ แต่ได้รับไม่เพียงพอ หรือเป็นสารอาหารที่ใช้เพื่อ บำรุงร่างกายเพื่อซ่อมแซมเข้าสู่ร่างกายโดยตรงตามกระบวนการของแพทย์ โดยแพทย์จะทำการผสมวิตามินหลายชนิดเข้าด้วยกันเพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณและฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย
วิตามินที่นิยมใช้ในการบำรุงผิว ได้แก่
- วิตามิน C
- วิตามิน B Complex
- กลูตาไธโอน (Glutathione)
- คอลลาเจน
- สารต้านอนุมูลอิสระ
เมื่อวิตามินต่างๆเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายโดยตรงตามกระบวนการของแพทย์แล้ว ร่างกายจะสามารถนำไปใช้ได้ทันที แตกต่างจากการทานอาหารเสริมที่ต้องผ่านกระบวนการย่อยอาหารและการดูดซึมผ่านระบบทางเดินอาหารก่อน ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทาง และการย่อย
จึงทำให้การให้วิตามินผิวได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์เร็วขึ้น

ข้อดีของการให้วิตามินผิว
การให้วิตามินผิวไม่ได้ช่วยเพียงเรื่องของความสวยความงามเท่านั้น แต่ข้อดีของการให้วิตามินผิวนั้นยังมีด้านช่วยฟื้นฟูสุขภาพของร่างกายในหลายด้านด้วย โดยข้อดีของการให้วิตามินผิวที่หลายคนเลือกทำ ได้แก่
-
ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำ
หนึ่งในเหตุผลหลักที่เด็กรุ่นใหม่มักเลือกให้วิตามินผิว คือการช่วยบำรุงให้ผิวดู สว่าง กระจ่างใสขึ้น เนื่องจากวิตามินบางชนิดที่เป็นส่วนผสม เช่น วิตามิน C และกลูตาไธโอน มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน
เมื่อเม็ดสีผิวลดลง ผิวจึงดูสว่างใสและเรียบเนียนมากขึ้น โดยไม่ส่งผลต่ออันตรายในร่างกาย ไม่ทำให้ผิวบาง ทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวมากขึ้นด้วย
-
ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า
เหตุผลถัดมาเป็นเหตุผลที่วัยทำงานนิยมให้วิตามินผิว เนื่องจากการให้วิตามินผิวเหมาะกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน เช่น
- นอนดึก
- ทำงานหนัก
- ดื่มแอลกอฮอล์
- เผชิญมลภาวะ
- เจอกับแสงแดด
- ผิวแห้งเสียจากการขึ้นรถมอเตอร์ไซค์เนื่องจากความเร่งรีบ
ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวดูโทรม อ่อนล้า จนกลายเป็นผิวหมองคล้ำ
การให้วิตามินผิวจะช่วยเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเพื่อซ่อมแซมในส่วนที่เสื่อมสภาพและสึกหรอ ส่งผลให้ผิวดูสดใสขึ้น และลดอาการอ่อนล้าของผิวและร่างกาย
-
ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ในสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมลภาวะ แสงแดด การให้วิตามินและสารอาหารบางชนิดช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการซ่อมแซมเซลล์ผิว ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและดูชุ่มชื้นขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้คือ
- ผิวดูสุขภาพดี
- ผิวดูอิ่มน้ำ
- ลดความแห้งกร้าน

-
ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย
การให้วิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน C และวิตามิน B ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่
- ทำงานหนัก
- พักผ่อนน้อย
- ต้องการฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว
-
ช่วยลดความเครียดและเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย
การให้วิตามินบางชนิดเช่น วิตามิน B Complex มีบทบาทสำคัญในการช่วยระบบประสาทและการสร้างพลังงานของร่างกาย
หลังจากให้วิตามินผิว หลายคนจึงรู้สึกว่า
- สดชื่นขึ้น
- มีพลังมากขึ้น
- ร่างกายไม่อ่อนล้า
-
ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
การให้วิตามินบางชนิด สามารถต้านอนุมูลอิสระซึ่ง เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ เช่น
- วิตามิน C
- กลูตาไธโอน
ซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิวและลดการเกิดริ้วรอยได้เป็นต้น

ให้วิตามินผิวกี่ครั้งจึงเห็นผล
คำถามที่หลายคนสงสัยมากที่สุด คือ การให้วิตามินผิวต้องทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล
โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์ของการให้วิตามินผิวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเป็นสิ่งสำคัญ เช่น
- สภาพผิวเดิมของแต่ละคน
- สูตรวิตามินที่ใช้
- การดูแลสุขภาพโดยรวม
- ความถี่ในการทำ
- ร่างกายของแต่ละคนที่ตอบสนองต่างกัน
- ความบอบช้ำเดิมของร่างกายที่ต้องการการบำรุงที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม

สามารถแบ่งการเห็นผลลัพธ์ของการให้วิตามินผิวโดยทั่วไปได้ดังนี้
ครั้งที่ 1 – 2 : เริ่มรู้สึกสดชื่นขึ้น
หลังจากให้วิตามินครั้งแรก หลายคนจะเริ่มรู้สึกได้เลยว่า
- รู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้น
- อาการอ่อนล้าสะสมลดน้อยลง
- ผิวดูมีความชุ่มชื้นขึ้นเล็กน้อย
แต่ผลลัพธ์เรื่องผิวขาวใสอาจยังไม่เห็ผลมากนัก
ครั้งที่ 3 – 5 : ผิวเริ่มดูใสขึ้น
เมื่อให้วิตามินต่อเนื่องประมาณ 3 – 5 ครั้ง หลายคนจะเริ่มสังเกตเห็นได้ว่า
- ผิวดูสว่างขึ้น
- ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ผิวดูสดใสกว่าเดิม
ครั้งที่ 6 – 10 : เห็นผลชัดเจน
เมื่อให้วิตามินต่อเนื่องประมาณ 6 – 10 ครั้ง ผิวจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนมากขึ้น เช่น
- ผิวดูสุขภาพดี
- ผิวดูเปล่งปลั่ง
- สีผิวดูสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล
ควรให้วิตามินผิวบ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ในช่วงเริ่มต้น
เมื่อผิวเริ่มดีขึ้นแล้ว สามารถลดความถี่ลงเป็น
- เดือนละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อคงสภาพผิว
การทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้ยาวนานมากขึ้น
ใครบ้างที่เหมาะกับการให้วิตามินผิว
การให้วิตามินผิวเหมาะกับคนหลายกลุ่ม เช่น
-
ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ
ผู้ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดหรือมลภาวะบ่อย ๆ อาจทำให้ผิวหมองคล้ำ การให้วิตามินผิวสามารถช่วยฟื้นฟูผิวได้
-
ผู้ที่ทำงานหนักและพักผ่อนน้อย
วิตามินช่วยฟื้นฟูร่างกายและเพิ่มพลังงาน
-
ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพผิวจากภายใน
การเติมสารอาหารให้ร่างกายช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายใน
-
ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว
เหมาะกับคนที่ต้องการบูสต์พลังงาน เช่น ก่อนทำงานหนัก หรือก่อนงานสำคัญ
-
ผู้ที่ต้องการมีผิวขาวกระจ่างใส
การให้วิตามินบางชนิดสามารถเข้าไปทำงานเกี่ยวกับเม็ดสีผิวได้ ช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใสได้มากขึ้นอย่างแลดูเป็นธรรมชาติ
การเตรียมตัวก่อนให้วิตามินผิว
เพื่อให้การให้วิตามินผิวมีประสิทธิภาพ ควรเตรียมตัวดังนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- แจ้งประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบ
- งดแอลกอฮอล์ก่อนทำ

การดูแลตัวเองหลังให้วิตามินผิว
หลังจากให้วิตามินผิว ควรดูแลตัวเองดังนี้
- ดื่มน้ำมาก ๆ
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การดูแลตัวเองควบคู่กับการทำวิตามินผิวจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้น

การให้วิตามินผิวอันตรายหรือไม่
หากทำโดยแพทย์และคลินิกที่ได้มาตรฐาน การให้วิตามินผิวถือว่าไม่อันตราย
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง หรืองดทำไปเลยเพื่อป้องกันเกิดอันตราย
การให้วิตามินผิวเป็นหนึ่งในวิธีดูแลผิวและสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยเติมวิตามินและสารอาหารให้ร่างกายโดยตรง ทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว
ข้อดีของการให้วิตามินผิว ได้แก่
- ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
- ฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า
- เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- เสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย
- ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลหลังทำประมาณ 3 – 5 ครั้ง และเห็นผลชัดเจนมากขึ้นเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การให้วิตามินผิวไม่เกิดอันตรายและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
