การ ฉีดผิวไม่ได้เป็นเพียงแค่หัตถการเพื่อความสวยงามที่ช่วยบูสต์ผิวหรือกอบกู้ผิวที่ใช้ระยะเวลาไม่นาน แต่การฉีดผิวคือการฉีดวิตามินหรือสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย จึงถือเป็นการปรับสมดุลผิวจากภายในซึ่งมีผลต่อการทำงานของเซลล์ที่ส่งผลต่อผิวโดยตรง
หลายคนมักเข้าใจผิดว่าการฉีดผิว จะช่วยเพิ่มความขาว ใสได้ทันที และคงอยู่ถาวร แต่ความจริงแล้ว ร่างกายของคนเราไม่ได้ทำงานแบบนั้น จะต้องมีการดูแลและทำอย่างต่อเนื่องร่วมด้วย
จึงจำเป็นจะต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งด้าน การพักผ่อน โภชนาการ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นไปตามต้องการ
การดูแลตัวเองหลังฉีดผิวจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่เป็นสิ่งกำหนดว่า วิตามินที่ฉีดเข้าไปจะถูกนำไปใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ หรือถูกทำลายไปจากการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเรานั่นเอง
การฉีดผิวทำงานอย่างไรกับร่างกาย
เมื่อมีการฉีดผิว สารอาหารสำคัญต่างๆ จะถูกกระจายไปทั่วร่างกายตามกระบวนการ เพื่อเข้าไปทำการซ่อมแซมในส่วนต่างๆที่ร่างกายขาด หรือต้องการ เช่น
- ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน
- ยับยั้งความเสียหายจากอนุมูลอิสระ
- กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว
- เสริมการสร้างคอลลาเจน
ซึ่งวิตามินที่เราทำการฉีดผิวเข้าไปจะต้องอาศัยสภาพแวดล้อมต่างๆในร่างกายที่เหมาะสมร่วมด้วย เช่น ระดับน้ำในร่างกายที่เพียงพอ การไหลเวียนเลือดที่ดี และการพักผ่อนที่ช่วยให้ระบบฟื้นฟูทำงานได้เต็มที่ เพื่อที่จะให้สารอาหารต่างๆทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนสองคนที่ฉีดผิวเหมือนกัน แต่ได้ผลลัพธ์หลังทำที่ต่างกันอย่างชัดเจน อีกทั้งการตอบสนองของสารอาหารแต่ละชนิดของร่างกายแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีกด้วย

สิ่งที่ควรทำหลังฉีดผิว เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดี
รับประทานอาหารที่มีวิตามินสูง เช่น
- ผักใบเขียว
- ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
- ส้ม กีวี
เพื่อช่วยเสริมฤทธิ์ในวิตามินที่ฉีดผิวเข้าไป
ทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ เช่น
- วิตามิน C
- วิตามิน E
- Niacinamide
- Hyaluronic Acid
- ครีมกันแดดห้ามขาด
เพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้นและเพิ่มความใส และยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะโดยตรง
สครับผิวเบา ๆ เพื่อช่วย
- ผลัดเซลล์ผิวเก่า
- เผยผิวใหม่
- ทำให้ผิวดูใสขึ้นเร็ว
ฉีดผิวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดี
การฉีดผิวเป็นสิ่งที่ไม่เห็นผลถาวร ควรทำอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแล ส่วนใหญ่ควร
- ฉีดสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง
- ต่อเนื่อง 4–6 ครั้ง
เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจน

สิ่งที่ห้ามทำหลังฉีดผิว
นอนดึก จะทำให้
- ฮอร์โมนเสียสมดุล
- ผิวหมองคล้ำ
- เห็นผลช้าลง
ดื่มน้ำน้อยจะทำให้
- ผิวแห้ง
- วิตามินที่ฉีดผิวไปจะทำงานได้ไม่เต็มที่
ตากแดดจัด และไม่ทาครีมกันแดด
- อันตรายต่อผิวเนื่องจาก UV คือปัจจัยหลักที่ทำให้ผิวเสีย
รับประทานของมัน ของทอด อาหารน้ำตาลสูง แอลกอฮอล์และสูบบุหรี่จะทำให้
- เกิดการอักเสบในร่างกาย
- ผิวหมองเร็ว

การดูแลระยะยาวเพื่อให้หลังฉีดผิว ผิวใสต่อเนื่อง
- ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
- ดื่มน้ำ 2 ลิตรขึ้นไป
- กินอาหารมีประโยชน์
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- เข้ารับการฉีดผิวตามคำแนะนำและระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
ทำไมหลังฉีดผิวควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
- หลังฉีดผิว ผิวจะมีความไวต่อแสงมากขึ้น ซึ้งเกิดจากกระบวนการลดเมลานินจากสารอาหารกำลังทำงานหากในช่วงนี้ผิวได้รับรังสี UV มากกว่าความต้องการของร่างกายหรือผิว ร่างกายสร้างการจะตอบสนองด้วยการสร้างเมลานินขึ้นมาเพิ่มเพื่อป้องกันตัวเอง
จึงหมายความว่า แม้จะฉีดผิวมา แต่หากยังใช้ชีวิตกลางแดดโดยไม่มีการป้องกันเท่าที่ควร ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ได้ส่งผลดี แต่อาจจะแย่ลงกว่าเดิม
อีกทั้งรังสี UV ยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะไปทำลายวิตามิน และสารอาหารหลายๆชนิดที่อยู่ในตัวยาที่เราฉีดผิวเข้าเข้าไปจึงแปลว่าสารอาหารต่างๆที่เป็นส่วนช่วยให้ผิวดีขึ้น กลับถูกใช้ไปกับการแก้ปัญหาผิวที่เกิดขึ้นจากแสงแดด หรือ UV นั่นเอง
ดังนั้น การทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแดด ไม่ใช่แค่การป้องกันผิวคล้ำ แต่คือการรักษาประสิทธิภาพของการฉีดผิวโดยตรงนั่นเอง
แอลกอฮอล์และบุหรี่ส่งผลอย่างไรหลังทำการฉีดผิว
- แอลกอฮอล์มีผลต่อการทำงานของตับ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการจัดการสารอาหารในร่างกาย เมื่อดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีดผิว ร่างกายจะให้ความสำคัญกับการกำจัดแอลกอฮอล์ที่อยู่ในร่างกายก่อน จึงทำให้การนำวิตามินไปใช้ลดลง
สำหรับบุหรี่จัดเป็นสิ่งที่เพิ่มระดับอนุมูลอิสระในปริมาณมาก และยังลดปริมาณออกซิเจนในเลือด ส่งผลให้ผิวฟื้นฟูได้ช้าลงอย่างชัดเจน
จึงทำให้คนที่ฉีดผิวแต่สูบบุหรี่เป็นประจำ มักจะเห็นผลน้อยกว่าและสั้นกว่าคนที่ไม่สูบอย่างเห็นได้ชัด
การดื่มน้ำสำคัญอย่างไรหลังฉีดผิว
การดื่มน้ำหลังฉีดผิวมีผลโดยตรงต่อการกระจายตัวของวิตามินในระบบเลือด เนื่องจากน้ำช่วยเพิ่มปริมาตรพลาสมา ทำให้สารอาหารสามารถเดินทางไปยังเซลล์ผิวได้ทั่วถึงมากขึ้น ในทางกลับกัน หากร่างกายขาดน้ำ การไหลเวียนจะลดลง ส่งผลให้วิตามินบางส่วนถูกขับทิ้งโดยที่ยังไม่ได้ใช้งาน
น้ำยังช่วยสนับสนุนกระบวนการ detoxification ของตับและไต ซึ่งเป็นอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารส่วนเกินในร่างกาย ดังนั้นการดื่มน้ำอย่างเพียงพอหลังฉีดผิว จึงเป็นการ “เพิ่มความสามารถในการกระจายของสารอาหารสู่ร่างกายและผิวหนังบริเวณต่างๆได้

การรับประทานอาหารสำคัญอย่างไรหลังฉีดผิว
- หลังฉีดผิว ร่างกายจะไม่ได้ต้องการแค่วิตามินที่ฉีดเข้าไปเท่านั้นแต่กลับต้องการ วิตามินต่างๆจากการรับประทานเพื่อสนับสนุนและส่งเสริมกันซึ่งนั่นก็คือจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักใบเขียว ผลไม้สีสด หรืออาหารที่มีวิตามินสูง จะช่วยเสริมการทำงานของสารที่ฉีดเข้าไป ทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์กันและทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ส่งออกมาดีขึ้นไปด้วย
ในขณะเดียวกัน หากรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ของทอด หรืออาหารแปรรูป จะกระตุ้นการอักเสบในร่างกาย และเพิ่มอนุมูลอิสระ จึงเท่ากับกำลังหักล้างผลลัพธ์ของการฉีดผิว ด้วยอาหารที่รับประทานเข้าไปนั่นเอง
การนอนหลับและพักผ่อน ส่งผลอย่างไรหลังการฉีดผิว
ในระยะเวลาที่เรานอนหลับพักผ่อน ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมเซลล์และสร้างเนื้อเยื่อใหม่
ถ้าหากเรานอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ กระบวนการซ่อมแซมก็จะลดลง ส่งผลให้วิตามินที่ฉีดเข้าไปไม่มีโอกาสได้ทำงานเต็มที่อันเนื่องมาจากระบบซ่อมแซมหลักของร่างกายไม่ทำงาน
จึงสรุปได้ว่า
การฉีดผิวจะได้ผลดีหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ตัวยาที่ใช้ หรือเทคนิคของแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและพฤติกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันด้วย สิ่งสำคัญคือการ ดื่มน้ำเพียงพอ หลีกเลี่ยงแสงแดด นอนหลับพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ รับประทานอาหารที่ดี และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆที่เป็นตัวทำร้ายผิว ก็จะเป็นตัวช่วยให้ผิวสวยใส และบูสต์ผิวได้เป็นอย่างดีในระยะยาว แต่ถ้าหากละเลย ในสิ่งที่กล่าวไปข้างต้น การฉีดผิวก็จะเป็นแค่เพียงผลลัพธ์ชั่วคราว ที่จะสลายหายไปและไม่เกิดประโยชน์ได้เช่นกัน
