ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่าคนไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและดูแลรูปร่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของ “การออกกำลังกายชนิดต่างๆ” ไม่ว่าจะเป็นการฟิตหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ หรือการตรรหนักถึงการสุขภาพในระยะยาว จนกลายเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์หลักของคนยุคปัจจุบันนี้ อีกทั้งยังมีกีฬาและรูปแบบการออกกำลังกายใหม่ ๆ หรือกีฬาที่เคยไม่ได้รับความนิยมแต่กลับได้รับความนิยมขึ้นมามากมาย
แต่ในขณะเดียวกันสำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มผู้เป็นสายสุขภาพเหล่านี้ ก็กลายเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับผู้ที่มีความกังวล เมื่อคิดจะทำจมูก เพราะการสร้างรูปร่างหรือกล้ามเนื้อจำเป็นต้องอาศัยความต่อเนื่องและการดูแลอย่างเคร่งครัด หากต้องหยุดออกกำลังกาย อาจส่งผลให้ฟอร์มร่างกายที่เคยปั้นมาเปลี่ยนไป จึงทำให้หลายคนลังเล หรือบางคนถึงขั้น ฝืนกลับไปออกกำลังกายเร็วเกินไป เพราะเสียดายรูปร่างที่ได้สร้างมาอย่างหนักหน่วง
จึงเกิดคำถามขึ้นว่าหลังทำจมูกโอเพ่นซี่โครงแล้ว เราสามารถกลับไปออกกำลังกายได้เมื่อไหร่?
หรือสามารถปรับเปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายแบบไหนที่จะทำให้สามารถคงรูปร่างต่อเนื่องได้บ้าง
รวมทั้งมีกิจกรรมอะไรบ้างที่ไม่ควรฝืนทำ อย่างเด็ดขาด?
บทความนี้ APS Clinic จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างละเอียด ทั้งในมุมของโครงสร้างร่างกาย ความเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม รวมถึงแนวทางการกลับไปออกกำลังกายเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงในการออกกำลังกายหลังทำจมูก เพื่อให้คุณสามารถ ดูแลรูปร่าง ควบคู่ไปกับ จมูกใหม่ที่สวยและเข้าที่ ได้ในระยะยาว

ทำไมถึงไม่ควรออกกำลังกายหลังทำจมูกโอเพ่นซี่โครง
เพราะโครงสร้างจมูกหลังทำจมูก ยังบอบบางอยู่มาก ถึงจะใส่เฝือกหรือใส่ตัวล็อกโครงสร้างอย่างดี แต่ก็ไม่แข็งแรงอย่างที่หลายคนเข้าใจ
หลังการทำจมูก ไม่ว่าจะใช้ซิลิโคนล้วน ใช้วัสดุเสริม หรือใช้กระดูกซี่โครงในการทำ สิ่งที่เกิดขึ้นภายในจมูกนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การวางวัสดุเสริมจมูกเข้าไปเพียงเท่านั้น แต่ร่างกายของคนเราจะกระบวนการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย เพื่อให้เนื้อเยื่อต่างๆยึดเข้ากับสิ่งแปลกปลอมที่ใส่เข้าไปให้เข้าที่และที่คงที่
ในช่วง 1–4 สัปดาห์แรก
ร่างกายของเราจะเกิดการสร้างพังผืดขึ้นมา (Scar Tissue) เพื่อที่จะให้ทำหน้าที่ยึดโครงสร้างจมูกกับวัสดุที่ใส่เข้าไปให้คงที่และแข็งแรงมากขึ้น
และในช่วง 1–4 สัปดาห์แรกนี้เองที่วัสดุที่ใส่เข้าไปจะยังคง
- ซิลิโคนยังสามารถ “เคลื่อนตัวได้”
- โครงสร้างต่างๆที่ปรับภายในยังไม่ล็อก
- การกด ดัน หรือสั่นสะเทือนจากภายนอก จะส่งผลกระทบกับจมูก
- เนื้อเยื่อบริเวณหน้าอกยังสมานไม่สนิทเสี่ยงทำให้แผลซี่โครงเสี่ยงปริแยกได้ การเอี้ยวตัวหรือเกร็งแกนกลางลำตัวอาจทำให้แผลอักเสบหรือเลือดออกข้างในได้
จึงเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมจึงไม่ควรออกกำลังกายหลังจากทำจมูกโอเพ่นซี่โครง

ออกกำลังกายหลังทำจมูกโอเพ่นซี่โครงทำให้จมูกเบี้ยวได้อย่างไร?
ออกกำลังกายหลังทำจมูกมีแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือน
การออกกำลังกายบางประเภท ทำให้เกิดการกระเทือนถึงโครงสร้างจมูกเป็นอย่างมาก เช่น
- วิ่ง
- กระโดด
- HIIT
- เวทเทรนนิ่ง
การออกกำลังกายประเภทเหล่านี้จะสร้างแรงกระทบกระเทือนต่อร่างกายโดยตรง แม้จะไม่ได้ชนหรือกระแทกจมูกโดยตรงก็ตาม
แรงสั่นสะเทือนเหล่านี้จะสามารถกระเทือนและส่งผลกระทบผ่านขึ้นมาที่ใบหน้า และส่งผลต่อ
- ตำแหน่งของซิลิโคน
- การยึดเกาะของพังผืดต่อวัสดุ
เมื่อเกิดการเคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อยวัสดุอาจเคลื่อนตัว ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตามและร่างกายของเราจะสร้างพังผืดขึ้นเพื่อยึดวัสดุที่ใส่เข้าไปตามตำแหน่งใหม่ที่เคลื่อนไป นั่นหมายถึงจมูกเคลื่อนที่และเบี้ยวนั่นเอง
ออกกำลังกายหลังทำจมูกส่งผลให้เกิดความดันเลือดที่เพิ่มขึ้น
ในเวลาที่เราออกกำลังกายจะส่งผลโดยตรงต่อร่างกายคือ
- หัวใจเต้นเร็วขึ้น
- ความดันเลือดสูงขึ้น
- เลือดไหลเวียนแรงขึ้นทั่วร่างกาย
จึงส่งผลที่เกิดขึ้นกับจมูกหลังทำจมูกคือ
- แผลที่ทำจมูกจะมีโอกาสเลือดออกหนองออก หรือเลือดซึมได้
- เกิดเลือดคั่งได้
- จมูกจะเกิดความบวมได้มากกว่าปกติ
การที่เกิดอาการเลือดที่คั่งอยู่ใต้ผิวจะสามารถดันซิลิโคนหรือวัสดุเสริมจมูกต่างๆ เคลื่อนที่ ได้
จุดสำคัญของเรื่องนี้คือ ในบางกรณีจะไม่สามารถมองเห็นความผิดปกติในช่วงที่จมูกยังบวมอยู่ได้ทันที
แต่จะเริ่มเห็นชัดว่าเอียง หรือเบี้ยวหลังจากนั้น เพราะพังผืดยึดผิดตำแหน่งไปแล้ว

ออกกำลังกายหลังทำจมูกหากออกหนักจะมีเหงื่อทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
เหงื่อคือหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการผ่าตัด และส่งผลกับแผลเปิดโดยตรงเนื่องจากในเหงื่อประกอบไปด้วย
- แบคทีเรีย
- ความชื้น
- สิ่งสกปรกจากผิวหนัง
หลังจากการทำจมูกในช่วงที่แผลยังไม่ปิดสนิท
- เชื้อโรคสามารถเข้าสู่แผลได้ง่าย
- เพิ่มความเสี่ยงการอักเสบ
เมื่อเกิดการอักเสบจะส่งผลต่อรูปทรงทันที เช่น
- บวมไม่เท่ากัน
- ผิวตึง
- ซิลิโคนถูกดันผิดตำแหน่ง
ในบางกรณีความรุนแรง อาจนำไปสู่เกิดการจมูกทะลุได้ในระยะยาว
ออกกำลังกายหลังทำจมูกแรงเกร็งกล้ามเนื้อใบหน้า
แม้ว่าการออกกำลังกายชนิดนั้นจะไม่ได้เป็นการออกกำลังกายที่มีการกระแทกหรือวิ่งแรง ๆแต่การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง หรือการเกร็งร่างกายจะส่งผลให้เกิด
- แรงดึงจากกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า
- แรงดันบริเวณฐานจมูก
โดยเฉพาะเวลาที่
- กลั้นหายใจ
- เบ่งแรง
- ยกน้ำหนักหนัก
แรงเหล่านี้จะเกิดซ้ำ ๆในเวลาที่ออกกำลังกาย และจะส่งผลให้เกิด ซิลิโคนเคลื่อนทีละนิด จนสุดท้ายเกิดการเอียง เบี้ยวโดยไม่รู้ตัว

ออกกำลังกายหลังทำจมูกเกิดการอักเสบที่ส่งผลระยะยาวอย่างไรได้บ้าง
การอักเสบเมื่อออกกำลังกายหลังทำจมูกนั้นไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ช่วงสั้น ๆ แต่มีผลต่อรูปทรงจมูกอย่างถาวร ซึ่งเมื่อจมูกเกิดการอักเสบร่างกายจะเกิดการสร้างพังผืดมากขึ้น เพื่อซ่อมแซมตัวเอง
แต่พังผืดที่มากเกินไปจะทำให้
- จมูกแข็ง
- ปลายตึง
- ทรงดูไม่ธรรมชาติ
- หรือเกิดการรั้งจนเอียง
ในบางกรณีอาจต้องแก้จมูกใหม่ เพราะพังผืดรั้งโครงสร้างจนเสียรูปก็ได้
ระยะเวลาที่ควรระวังมากที่สุดหลังทำจมูกโอเพ่นซี่โครง
การฟื้นตัวของจมูกไม่ได้จบใน 7 วัน
แบ่งเป็นช่วงสำคัญดังนี้
หลังออกจากห้องผ่าตัด –7 วันแรก
- แผลหลังทำจมูกจะยังสด
- หน้ายังบวมช้ำ
- เสี่ยงเลือดออก
- ระยะนี้ห้ามออกกำลังกายเด็ดขาด
ช่วง 7–14 วัน
- แผลจะเริ่มปิดได้ดีขึ้น
- อาการบวมในบางรายยุบแล้ว ในบางรายยังบวมบางส่วน
- แต่ซิลิโคนจะยังไม่ยึดดี
- เสี่ยงต่อการเคลื่อนตัวของซิลิโคนสูง
ช่วง 2–4 สัปดาห์
- จมูกจะเริ่มมีพังผืดเกาะบ้างแล้ว
- แต่ยังไม่แข็งแรง
- ยังไม่ควรออกกำลังกายหนัก
ช่วง 1–3 เดือน
- โครงสร้างจมูกจะเริ่มเข้าที่เข้าทาง
- แต่ยังไม่ 100%
3–6 เดือน
- จมูกเริ่มเข้าที่จริง เห็นทรงจมูกที่แท้จริง
แล้วออกกำลังกายแบบไหนเสี่ยงมากที่สุด?
กลุ่มการออกกำลังกายที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงแรก
ได้แก่
- วิ่ง / กระโดด
- HIIT
- เวทเทรนนิ่งหนัก
- การกีฬาที่มีแรงปะทะ หรือต้องวิ่งแรงๆ รวมทั้งกีฬาที่ใช้ลูกต่างๆเพื่อโยน
- โยคะท่าก้มหน้า / หัวต่ำ
แม้บางกิจกรรมที่ดูเบา เช่นโยคะ พิลาทิส หรือฟิตบอล หากมีท่าที่ต้องก้มศีรษะต่ำ ก็สามารถเพิ่มแรงดันที่จมูกและแผลซี่โครงได้เช่นกัน

คำถามเกี่ยวกับการออกกำลังกายหลังทำจมูกโอเพ่นซี่โครง
- ทำไมไม่เกิดการชนที่จมูก แต่ยังเอียงได้?
เกิดจากการเคลื่อนไหวในขณะออกกกำลังกาย หรือแรงกระเทือน
- เหงื่อมีผลต่อการติดเชื้อจริงหรือไม่?
จริง เนื่องจากในเหงื่อของคนเรานั้นมีแบคทีเรีย และส่ิงสกปรกมากมาย
- ออกกำลังกายเบา ๆ ปลอดภัยจริงไหม?
ไม่จริงเสมอไป ในการออกกำลังกายบางท่าที่ดูเหมือนจะเบา แต่มีการเคลื่อนไหวศีรษะมาก อาจทำให้ซิลิโคนขยับ หรือเกิดแรงดันที่จมูกได้เช่นกัน
- ใส่แมสก์ออกกำลังกายกดจมูกหรือเปล่า?
กด เนื่องจากแมสก์บางชนิดมีโครงเหล็กที่สามารถกดทับจมูกที่ยังไม่เกาะตัวแน่นได้ อีกทั้งหารออกกำลังกายก็เสี่ยงต่อการเคลื่อนตัวของซิลิโคนอยู่แล้ว
- ทำไมบางคนเอียงหลัง 1 เดือน ทั้งที่ช่วงแรกปกติ?
โดยปกติแล้ว 1 เดือน ยังเป็นช่วงที่จมูกจะยังไม่เข้าที่ 100% อยู่แล้ว จะมีเพียงผังฝืดเล็กน้องที่เข้ามาช่วยรัดซิลิโคนเข้ากับโครงสร้างจมูก จึงสามารถเกิดการเคลื่อนที่ของซิลิโคนได้
- การยกเวทเบา ๆ ยังมีความเสี่ยงไหม?
เสี่ยงเช่นกัน เมื่อเราออกกำลังกาย โดยการยกเวท เราจะใช้กำลังและเกิดการแสดงออกทางสีหน้า ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลให้จมูกเคลื่อนได้ อีกทังยังทำให้เลือดสูบฉีดทำให้ซิลิโคนเคลื่อนที่โดยไม่รู้ตัว
ออกกำลังกายหลังทำจมูกมีวิธีใดบ้างที่ไม่ส่งผลต่อันตราย
หากจำเป็นต้องขยับร่างกาย หรือออกกำลังกายหลังทำจมูกโอเพ่นซี่โครงควรเริ่มจาก
- เดินเบา ๆ
- ยืดเหยียดเบา ๆ
- หลีกเลี่ยงให้เกิดหงื่อออก
- หลีกเลี่ยงแรงกระแทก
ควรรอให้แพทย์ประเมินก่อนกลับไปออกกำลังกายเต็มรูปแบบ

สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
หากคุณออกกำลังกายแล้วมีอาการเหล่านี้ ควรหยุดทันที
- จมูกบวมมากขึ้น
- เจ็บหรือปวดผิดปกติ
- มีเลือดซึม
- จมูกเริ่มเอียง
- ผิวแดง ร้อน
- เจ็บแผลบริเวณซี่โครง
ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ การอักเสบของจมูกกับแผลซี่โครง หรือการเคลื่อนของซิลิโคน
ความจริงเกี่ยวกับการทำจมูกโอเพ่นซี่โครงคือ จมูกไม่ได้เบี้ยว เอียง หรือติดเชื้อ ตอนผ่าตัดเท่านั้นโดยมากอาการเหล่านี้จะเกิดจากการที่เรากลับมาบ้าน พักฟื้นและดูแลผิด การออกกำลังกายเร็วเกินไป
ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทำให้บวมเพิ่มแต่เป็นการ รบกวนโครงสร้างของจมูกที่ยังไม่เข้าที่ และอาจนำไปสู่
- จมูกเบี้ยว
- จมูกเอียง
- การอักเสบ
- หรือการแก้จมูกใหม่
- เกิดแผลนูน
หากเพิ่งทำจมูกโอเพ่นซี่โครงมาสิ่งที่ควรทำไม่ใช่การรีบกลับไปดูแลหุ่นแต่คือ การดูแลให้จมูกเข้าที่และดูแลแผลซี่โครงให้หายดีโดยสมบูรณ์ที่สุดก่อน เพราะสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่สวยและไม่ก่อให้เกิดอันตรายในระยะยาวนั้น ขึ้นอยู่กับ “วินัยในการดูแลหลังทำ มากกว่าการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว
