การเสริมความงามมีวิวัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัยมาก ทั้งยุคของการใส่ซิลิโคนเสริมจมูกสำเร็จรูป ยุคของการร้อยไหมที่จมูก หรือแม้แต่ยุคของการเสริมจมูกด้วยสารเหลว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นวิธียอดนิยมสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม เพราะเห็นผลไว ไม่ต้องพักฟื้นนาน และแลดูเป็นธรรมชาติ
แต่รู้ไหมว่า การฉีดสารเหลวเพื่อเสริมจมูกนั้น มีอันตรายมากมายนอกจากจะไม่สามารถให้ทรงที่สวยงามตลอดไปได้แล้วยังมีอันตรายอย่างอื่นที่ควรทำความเข้าใจและควรรู้ เพื่อระวังไม่ให้เกิด เนื่องจากจมูกของคนเรานั้นมีโครงสร้างทางกายภาพที่ซับซ้อนมากและยังเต็มไปด้วยเส้นเลือดสำคัญที่ก่อให้เกิดอันตราย เนื่องจากมีเส้นเลือดสำคัญจำนวนมากเชื่อมโยงกับดวงตาและสมอง อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายร้ายแรง เช่น
- ตาบอดถาวร
- เนื้อจมูกตาย
- ติดเชื้อรุนแรง
- จมูกผิดรูปถาวร
บทความนี้ APS Clinic จะพาไปเจาะลึกและทำความเข้าใจถึงอันตรายของการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์และสารเหลวที่จมูก เพื่อให้คุณได้ตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทำ

ทำความรู้จักโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แท้กับ สารเหลวต่างกันอย่างไร
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ (HA – Hyaluronic Acid)
เป็นสารที่ทำขึ้นเพื่อเลียนแบบธรรมชาติถูกออกแบบมาให้สามารถสลายตัวได้เองตามกาลเวลา หากเกิดปัญหาที่ก่อให้เกิดอันตราย สามารถใช้ “เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส” (Hyaluronidase) ฉีดเพื่อทำการสลายออกได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆในร่างกาย
สารเหลวอันตราย (Non-absorbable Fillers)
สารเหลวจำพวก ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือฟิลเลอร์ปลอม สารต่างๆจำพวกนี้จะไม่สามารถสลายเองได้ ตามธรรมชาติ อีกทั้งเมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายของเราจะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมตลอดไป และสร้างแอนตี้ต่างๆออกมาตามกระบวนการธรรมชาติ มักก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาวที่แก้ไขได้ยาก
ทำไมทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์และสารเหลวที่จมูกถึงอันตราย

ทำไมการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์และสารเหลวที่จมูกถึงอันตราย กว่าบริเวณอื่น?
จมูกเป็นบริเวณที่มีเส้นเลือดเชื่อมต่อกับ “ดวงตา” โดยตรง เช่น
- เส้นเลือด Angular artery
- เส้นเลือด Dorsal nasal artery
หากโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ถูกฉีดเข้าไปในเส้นเลือด หรือเกิดการอุดตัน อาจส่งผลให้เลือดไม่สามารถไหลไปเลี้ยงดวงตาได้ และทำให้ตาบอดได้ทันทีซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์

อันตรายร้ายแรงและผลกระทบจากการฉีดสารเหลวที่จมูก
การฉีดสารเหลวที่จมูกจะมีความเสี่ยงสูงกว่าบริเวณอื่น เนื่องด้วยเหตุผลหลัก ดังนี้

ตาบอดสนิท (Blindness)
หากแพทย์ที่ทำการฉีดให้ ไม่มีความชำนาญมากพอ ไม่ว่าจะฉีดโดยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แท้ หรือสารเหลวก็ก่อให้เกิดอันตรายเช่นกันเนื่องจากบริเวณจมูกมีเส้นเลือดที่เชื่อมต่อโดยตรงกับเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา ที่ชื่อ Ophthalmic Artery หากแพทย์ที่ฉีดขาดความชำนาญ หรือใช้เทคนิคที่ผิดพลาดจนฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันภายเส้นเลือด จะส่งผลให้เนื้อเยื่อในดวงตาขาดเลือดและทำให้ ตาบอดถาวร ได้ในระยะเวลาอันสั้น
สาเหตุ
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่เส้นเลือด
- เกิดการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา
อาการ
- มองเห็นภาพเบลอทันที
- เห็นเป็นเงาดำ

เนื้อเยื่อตาย (Skin Necrosis)
จมูกจัดเป็นอวัยวะที่มีพื้นที่จำกัดและมีความยืดหยุ่นน้อย หากฉีดสารต่างๆในปริมาณที่มากเกินไปจนไปกด เบียดเส้นเลือด หรือฉีดสารเข้าไปโดนเส้นเลือดโดยตรง จะทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นได้
ผิวบริเวณนั้นจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วง คล้ำ และกลายเป็นแผลพุพองจนเนื้อเยื่อตายในที่สุด อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นถาวร
สาเหตุ
- ฟิลเลอร์กดทับเส้นเลือด
- ฟิลเลอร์อุดตันในหลอดเลือด
อาการ
- ผิวซีด หรือม่วงคล้ำ
- ปวดรุนแรง
- ผิวเริ่มลอก และเกิดแผล
หากปล่อยไว้อาจทำให้จมูกเสียรูปถาวร และต้องผ่าตัดแก้ไข

การติดเชื้ออักเสบ
หากทำการฉีดในกระบวนการฉีดที่ไม่สะอาด รวมทั้งใช้สารเหลวหรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการติดเชื้อรุนแรง มีอาการปวด บวม แดง และมีหนองไหลออกมา กรณีที่สารเหลวไม่สลายตัว การติดเชื้ออาจเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม
สาเหตุ
- อุปกรณ์ไม่สะอาด
- ฉีดในสถานที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ดูแลตัวเองหลังฉีดไม่ถูกต้อง
อาการ
- บวมแดง
- เจ็บ
- มีหนอง

จมูกผิดรูป
หากทำการฉีดแล้วสารเหลวจะไหลลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้รูปทรงจมูกบิดเบี้ยว ได้ โดยอาการที่เกิดขึ้นได้คือดั้งเนื้อบริเวณสันจมูกขยายกว้างออกด้านข้างจากการไหลของซิลิโคนทำให้จมูกโตขึ้นเรื่อยๆหรือปลายจมูกงุ้มผิดปกติ
สาเหตุ
- สารเหลวไหลไปบริเวณอื่น
- ไม่จับตัวเป็นก้อนเหมือนเดิม
ผลลัพธ์
- จมูกบวมเป็นก้อน
- รูปทรงผิดรูป
- ดูไม่เป็นธรรมชาติ

ปัญหาเรื้อรังจากสารเหลวและโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ปลอม
- พังผืดเกาะ
เมื่อมีการฉีดสารเหลวเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะเกิดการสร้างพังผืดขึ้นมาหุ้มสารแปลกปลอมไว้ ทำให้จมูกแข็งเป็นก้อน ผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน
- ผิวหนังบางและแดง
สารเหลวที่ฉีดเข้าไปอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบเรื้อรังใต้ผิวหนัง ส่งผลให้ผิวจมูกบางลง เห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจน หรือมีสีแดงระเรื่อตลอดเวลา
ทำไมถึงไม่ควรฉีดฟิลเลอร์จมูก ?
- ความเสี่ยงไม่คุ้มค่า
เมื่อเทียบกับการฉีดที่บริเวณอื่น ช่น คาง หรือร่องแก้ม หากประเมินแล้วจมูกมีความเสี่ยงต่อการตาบอดสูงที่สุด
- ให้ผลลัพธ์ที่ไม่คงตัว
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นสารที่มีเนื้อเจล เมื่อฉีดไปนานๆ สารจะกระจายตัวและทำให้ทรงจมูกบานออกทำให้สันจมูกดูไม่คมเหมือนช่วงแรก
- ยากต่อการแก้ไข
หากต้องการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยซิลิโคนในอนาคต การขูดโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือสารเหลวออก เป็นสิ่งที่ยากมาก และอาจทำให้เนื้อเยื่อจมูกเสียหายจนไม่สามารถเสริมใหม่ให้สวยได้เหมือนเดิม
วิธีสังเกตอาการผิดปกติหลังฉีด
หากมีอาการดังต่อไปนี้ควรพบแพทย์ทันที
- ปวดจมูกอย่างรุนแรง
- ผิวบริเวณจมูกหรือระหว่างคิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด หรือสีม่วงคล้ำ
- ผิวบริเวณใกล้เคียงเปลี่ยนสี
- สายตาเริ่มมัวลง มองภาพไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน
ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จมูก?
- ผู้ที่ต้องการจมูกโด่งมาก
- ผู้ที่มีจมูกสั้น เนื้อน้อย
- ผู้ที่เคยฉีดสารแปลกปลอม
- ผู้ที่มีปัญหาเส้นเลือดบริเวณจมูก

วิธีลดความเสี่ยงจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จมูก
1. เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์
แพทย์ต้องมีความรู้เรื่อง Anatomy ของเส้นเลือดบริเวณจมูก
2. ใช้โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แท้เท่านั้น
สามารถตรวจสอบได้ เช่น
- มี อย.
- มีเลข Lot ชัดเจน
3. ฉีดในคลินิกที่ได้มาตรฐาน
หลีกเลี่ยงการฉีดตามบ้าน หรือคลินิกเถื่อน
4. สังเกตอาการหลังฉีดทันที
หากมีอาการผิดปกติ เช่น
- ปวดมากผิดปกติ
- ผิวซีด
- มองไม่ชัด
ควรรีบพบแพทย์ทันที

ฟิลเลอร์จมูก vs ศัลยกรรมจมูก ทำอะไรอันตรายน้อยกว่า?
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จมูก
- เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลาไม่นาน และเห็นผลลัพธ์ได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกเพียงเล็กน้อย เช่น เติมสันให้ดูสูงขึ้น หรือปรับทรงให้เรียบเนียนขึ้น ข้อดีคือไม่ต้องพักฟื้นและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที อย่างไรก็ตาม โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์เป็นสารชั่วคราว ร่างกายสามารถสลายได้ จึงต้องมีการฉีดซ้ำเพื่อคงผลลัพธ์
- แม้ว่าจะไม่ต้องผ่าตัด แต่การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์บริเวณจมูกกลับถือว่ามีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงเรื่องการอุดตันของเส้นเลือด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น เนื้อเยื่อตาย หรือแม้กระทั่งสูญเสียการมองเห็น หากฉีดผิดตำแหน่งหรือโดยผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ
การทำศัลยกรรมจมูก
- เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับโครงสร้างจมูกอย่างถาวร สามารถแก้ไขปัญหาได้หลากหลายมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นจมูกสั้น จมูกงุ้ม หรือเนื้อน้อย ทำให้สามารถออกแบบทรงจมูกให้เหมาะกับใบหน้าได้อย่างชัดเจนและยั่งยืน แม้ว่าจะต้องมีระยะเวลาพักฟื้น และมีความเสี่ยงจากการผ่าตัด เช่น อาการบวมช้ำ ติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ หากทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถควบคุมได้ และให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงในระยะยาวมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์
โดยสรุปแล้ว หากมองในแง่อันตรายในการทำ โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์อาจดูเหมือนอันตรายน้อยกว่าเนื่องจากไม่ต้องผ่าตัด แต่ในความเป็นจริง บริเวณจมูกเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดสารต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องเส้นเลือด ในขณะที่การศัลยกรรมแม้จะเป็นการผ่าตัด แต่หากทำอย่างถูกต้องโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ จะให้ผลลัพธ์ที่ไม่เกิดผลเสียที่เป็นอันตรายและยั่งยืนมากกว่าในระยะยาว
ดังนั้น การเลือกวิธีเสริมจมูกที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปัจจัยหลายๆอย่างและความยั่งยื่นในการทำ เพื่อให้เกิดผลเสียให้น้อยที่สุด
