อาการบวม (Swelling) รวมทั้งรอยช้ำ (Bruising) หลังการทำศัลยกรรมนั้นเกิดขึ้นได้จากการที่หลอดเลือดฝอยที่อยู่ภายใต้ผิวหนังได้รับความกระทบกระเทือนจนเกิดความเสียหายในขณะที่เราทำศัลยกรรม นั่นเอง โดยการบอบช้ำเหล่านี้ก็สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อผิวหนังได้อย่างหลากหลายทั้ง ทำให้บวมและช้ำ เป็นเขียว หรือ ม่วงน้ำเงินใต้ผิวหนัง หรืออาจจะมากกว่านี้
โดยอาการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในบางคนอาจเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจและส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การดูแลเป็นอย่างดีตั้งแต่หลังทำศัลยกรรมจึงเป็นการช่วยให้ผลลัพธ์หลังศัลยกรรมดีขึ้น อาการอื่นๆหายเร็วขึ้น
7 ทางลัดช่วยลดอาการบวมช้ำหลังทำศัลยกรรม
1. ให้ประคบเย็นทันทีหลังการทำศัลยกรรมภายใน 48 ชั่วโมงแรก
การประคบเย็นทันทีจะช่วยให้หลอดเลือดเกิดการหดตัว จึงช่วยลดการไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณแผล จึงช่วยลดการอักเสบและลดอาการบวมได้เป็นอย่างดี
- ใช้น้ำแข็งห่อผ้าสะอาด หรือใช้แผ่นเจลประคบเย็น
- ประคบบริเวณที่ทำศัลยกรรมครั้งละ 15-20 นาที หยุดพัก 10 นาที แล้วทำซ้ำ
- ห้ามวางน้ำแข็งหรือเจลประคบเย็นวางลงบนผิวโดยตรง ควรมีผ้ารองทุกครั้ง
2. ยกศีรษะให้สูงขณะนอนหลับ
การนอนหนุนหมอนสูงเพื่อยกศีรษะให้สูงกว่าระดับหัวใจประมาณ 30-45 องศา จะช่วยให้ของเลือดและน้ำหนองไม่คั่งในบริเวณที่ทำศัลยกรรม และควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงใน 2 สัปดาห์แรก
3. รับประทานยาลดบวมตามคำแนะนำของศัลยแพทย์
การใช้ยาลดบวมเป็นอีกหนึ่งทางลัดในการควบคุมอาการบวมช้ำโดยตัวยาที่ศัลยแพทย์มักสั่งให้คนไข้ผู้เข้ารับบริการมีดังนี้
- ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen (ยาช่วยลดอาการปวดและบวม)
- ยาสเตียรอยด์ลดบวม สำหรับกรณีบวมมาก
- ยาปฏิชีวนะ หากมีแผลเปิดหรือต้องการป้องกันการติดเชื้อ
ควรรับประทานยาตามที่ศัลยแพทย์ผู้ดูแลกำหนด ห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด
4. รับประทานอาหารเสริมช่วยลดบวมช้ำ
อาหารเสริมบางชนิดสามารถช่วยลดการบวมช้ำหลังทำศัลยกรรมได้เช่น
- Bromelain: เป็นเอนไซม์จากสับปะรดมีฤทธิ์ช่วยย่อยโปรตีนและลดอาการอักเสบของแผล
- Arnica montana: สมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยในการลดอาการฟกช้ำจากการกระแทก
- วิตามินซี: ช่วยเสริมการสร้างคอลลาเจนให้แผลสมานเร็ว ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง
ทั้งนี้ควรปรึกษาศัลยแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริม
5. งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และรับประทานอาหารรสจัด
สารพิษที่อยู่ภายในแอลกอฮอล์และบุหรี่ รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีรสจัดหรือเผ็ดร้อน จะส่งผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือด ส่งผลให้อาการบวมในบริเวณที่ผ่าตัดรุนแรงขึ้นได้และอาจทำให้ฟื้นตัวช้าลง
ควรงดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และรับประทานอาการรสจัดอย่างน้อย 7-14 วัน หลังทำศัลยกรรม
6. การกดนวดกระตุ้นระบบน้ำเหลือง (Lymphatic Massage)
นวดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นให้ของเหลวและของเสียที่อยู่ภายใต้ผิวหนังให้เกิดการระบายออกได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
วิธีนี้ เหมาะกับผู้ที่ทำศัลยกรรมบนใบหน้า/ดูดไขมัน เป็นวิธีที่ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นไม่อย่างนั้นแผลอาจจะช้ำกว่าเดิม
7. ใช้เลเซอร์หรือแสงบำบัดลดบวม
การใช้เลเซอร์ลดบวมเช่น Low-Level Laser Therapy (LLLT) หรือ Red Light Therapy สามารถช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้เร็วขึ้นทั้งยังเป็นวิธีที่นิยมใช้หลังศัลยกรรมตาสองชั้น เสริมจมูก รวมทั้งการยกกระชับ ในบางคลินิกอาจมีการให้บริการเลเซอร์ลดรวมรวมอยู่ในแพคเกจ
สรุปทางลัดช่วยลดอาการบวมช้ำหลังทำศัลยกรรม
การลดอาการบวมช้ำหลังผ่าตัดทำศัลยกรรมเป็นเรื่องที่ทำได้ หากปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้องดูแลสม่ำเสมอ ที่สำคัญก่อนจะทำอะไรควรปรึกษาศัลยแพทย์ หรือขอคำแนะนำเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
ในช่วง 7 วันแรกหลังทำศัลยกรรม เป็นช่วงที่แผลจะทำการฟื้นฟู หากดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดีตั้งแต่ต้น ผลลัพธ์หลังศัลยกรรมจะออกมาดี และยังลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดหรือผลข้างเคียงได้ด้วย
