พอเริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 หลายคนมีปัญหาที่ทำให้หนักใจเกี่ยวกับใบหน้า หรือผิวหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไป อย่างชัดเจน บ้างก็หย่อนคล้อย บ้างก็เป็นหลุมเป็นร่อง และร่องที่รู้สึกหนักใจมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นปัญหา ร่องแก้ม หรือเส้นที่เราเห็นลากยาวจากปีกจมูกลงมาถึงมุมปากนั่นเอง เจ้าเส้นสองเส้นนี้อาจดูเหมือนมีจำนวนไม่มาก แต่แค่สองเส้นนี้เท่านั้นกลับทำให้ใบหน้าของคนเราดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย เป็นหนึ่งในสัญญาณความร่วงโรย
หลายคนอาจจะคิดว่าวิธีการแก้ปัญหานี้อาจทำได้เพียงวิธีเดียวคือ การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ แล้วแบบนี้คนที่กลัวเข็มจะทำยังไง ? แต่ความจริงแล้วยังมีวิธีอื่นที่สามารถแก้ปัญหาร่องแก้มได้เป็นอย่างดีอย่างเช่นการใช้เครื่องยกกระชับผิวที่เป็นการแก้ปัญหา ที่มากกว่าการเติมเต็ม แต่เป็นการยกกระชับผิว สร้างคอลลาเจนทั้งยังช่วยจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนและอีลสาตินใต้ผิวหนัง ให้เป็นระเบียบขึ้นได้ด้วย วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่ดี และตอบโจทย์โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสารแปลกปลอม หมดกังวลในผู้ที่กลัวเข็มหรือกลัวอาการบวมเข็ม

ทำไมคนเราถึงมีร่องแก้ม
ก่อนที่จะแก้ไขปัญหาร่องแก้ม ต้องรู้จักร่องแก้มก่อน ร่องแก้ม หรือ Nasolabial Folds เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจาก ผิวหนังที่ร่วงโรยตามกาลเวลา ตามแรงโน้มถ่วงโลก และโครงสร้างของร่างกายที่เปลี่ยนไป โดยเกิดจาก 4 สาเหตุหลักดังนี้

กระดูกใบหน้าทรุดตัวลง (Bone Resorption)
- เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้นกระดูก ที่เป็นฐานรากของใบหน้าจะเริ่มกร่อนและยุบตัวลงไปด้วย ไม่ใช่มีเพียงแค่ผิวที่เหี่ยวลงเท่านั้น โดยเฉพาะกระดูกบริเวณใต้ตาและร่องจมูกของคนเรา เมื่อกระดูกบริเวณนั้นเริ่มทรุด หรือค่อยๆหายไป เนื้อเยื่อและผิวหนังของคนเราจึงเกิดการขาดที่ยึดเกาะ แล้วยุบตัวลง และกลายเป็นแอ่งหรือร่องลึก รอยพับที่เราเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ หากนึกภาพไม่ออก ให้นึกภาพเป็นผ้าใบ ที่คลุมอยู่บนโต๊ะขนาดใหญ่ แต่เมื่อวันหนึ่งเราปรับโต๊ะให้มีขนาดเล็กลง หรือเพียงแต่เลื่อยขาโต๊ะออกให้สั้นขึ้น ผ้าใบก็จะไม่มีที่ค้ำ ทำให้ผ้าใบบางส่วนลากพื้น หรือพับนั่นเอง
การเคลื่อนตัวของก้อนไขมัน (Fat Pad Displacement)
- บนใบหน้าของเราบริเวณใต้ชั้นผิวนั้นจะมีก้อนไขมันขนาดเล็ก หรือ Fat Pads เรียงตัวกันปริมาณมากเพื่อสร้างความอวบอิ่มให้กับผิว แต่เมื่อคนเรามีอายุที่มากขึ้น ก้อนไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้มช่วงบนก็จะเริ่ม ฝ่อตัวลง และ เลื่อนคล้อยต่ำลง โดยจะค่อยๆต่ำลงตามแรงโน้มถ่วง ของโลก จากเดิมไขมันเหล่านั้นเคยอยู่ที่บริเวณโหนกแก้มด้านบน กลับค่อยๆเลื่อนตกลงมารวมกันอยู่เหนือร่องจมูก จึงกลายเป็นเนื้อแก้มที่ห้อยลงมาทับจนเกิดเป็นเส้นร่องแก้มที่ลึกขึ้น
การเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสติน
- ในชั้นผิวหนังแท้จะมีเส้นใยคอลลาเจนที่มีหน้าที่ให้ความแข็งแรงของผิว และจะมีอีลาสตินที่ช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นอยู่ เมื่อคนเรามีอายุย่างเข้าสู่วัย 25-30 ปี ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและอีลาสติในปริมาณที่น้อยลง ไม่เพียงเท่านั้นคอลลาเจนและอิลาสตินที่เคยอยู่บนผิวก็เริ่มเสื่อมและสลายไปด้วยเช่นกัน จึงเริ่มเห็นเป็นปัญหาผิวหย่อนคล้อย ย้วย หรือไม่ยืดหยุ่น ไม่เด้งกลับเข้าที่เดิมง่ายๆเหมือนสมัยเด็ก ๆ กลายเป็นริ้วรอยร่องลึกต่างๆที่อยู่บนหน้า
พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ (Dynamic Wrinkles)
หลายคนมีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการเกิดริ้วรอย เช่น
- ผู้ที่ชอบยิ้มหรือหัวเราะบ่อยๆ จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบปากซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้งานหนักที่สุดเกิดการขยับซ้ำ ๆ เมื่ออายุมากขึ้นก็เกิดการขยับที่สะสมเป็นหมื่นเป็นแสนครั้งตลอดหลายปี จึงส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นเกิดรอยพับได้
- การที่ผิวหน้าเราต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะ รังสี UV ที่ถูกจัดได้ว่าเป็นสิ่งที่ทำลายคอลลาเจนชั้นดี เมื่อไม่ได้รับการป้องกันจึงทำให้ผิวอ่อนแอ และแก่ก่อนวัย
- สารพิษในบุหรี่ทำลายการไหลเวียนโลหิตและยังทำลายกระบวนการสร้างคอลลาเจนบนผิว ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นได้อย่างรวดเร็ว
- การเอาหน้ากดทับหมอนท่าเดิมซ้ำ ๆ หรือนอนตะแคง ทุกคืนจนเป็นนิสัยสามารถทำให้ร่องแก้มข้างที่ถูกกดลึกกว่าอีกข้างได้

โปรแกรม Ultraformer III ช่วยแก้ปัญหาร่องแก้มได้อย่างไร?
โปรแกรม Ultraformer III เป็นโปรแกรมที่ใช้เทคโนโลยี MMFU ชื่อเต็มคือ Micro & Macro Focused Ultrasound ที่ใช้การส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเข้มข้นในรูปแบบจำเพาะเจาะจง ส่งลงลึกของชั้นผิวถึงชั้น SMAS หรือที่เรารู้จักกันว่าเป็นชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งเป็นชั้นสำคัญในการยกกระชับเนื่องจากเป็นชั้นผิวเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้านั่นเองเรียกได้ว่าเป็นการ”ยกแผง” และ “ซ่อมฐานผิว”
- เมื่อพลังงานความร้อนจาก โปรแกรม Ultraformer III ถูกส่งลงลึกไปสู่ใต้ชั้นผิว จะทำให้เกิดกระบวนการหดตัวลงของผิวชั้น SMAS ส่งผลให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยกลับหดและถูกดึงให้กระชับขึ้นทันที เมื่อเนื้อ( ผิวหน้า) ไม่มากองรวมกัน ร่องแก้มที่เคยเห็นเป็นเส้นลึกจึงจางลงทันที
- หรือในบางคนที่ปัญหาร่องแก้มลึกไม่ได้เกิดจากการที่ผิวฝ่อ แต่เกิดจากก้อนไขมันบริเวณแก้มที่หนาเกินไปจนตกลงมาทับร่องจมูกโปรแกรม Ultraformer III จะมีหัวยิงพิเศษ คือหัว Macro Focused Ultrasound ที่เป็นหัวที่สามารถส่งพลังงานลงไปทำลายเซลล์ไขมันส่วนเกินได้ เมื่อก้อนไขมันที่กดทับร่องแก้มถูกทำลายให้มีความบางลง น้ำหนักที่กดทับร่องแก้มก็จะลดลง ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น และร่องแก้มก็จะดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- การรีดิวซ์และสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังและจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ ก็เกิดได้จากการใช้ โปรแกรม Ultraformer III เนื่องจาก โปรแกรม Ultraformer III จะมีกลไกในการใช้ความร้อนจะกระตุ้นให้เกิดการบาดเจ็บเล็กๆ ในชั้นผิวซึ่งกลไกนี้จะเข้าไปเตือนให้ร่างกายเริ่มกระบวนการซ่อมแซมตัวเองจึงเกิดการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่นั่นเอง

ผลลัพธ์ที่ตามมาหลังจากทำ โปรแกรม Ultraformer III คือเนื้อบริเวณแก้มที่เคยตกลงมาทับกันจนกลายเป็นร่องแก้มจะถูกยกกลับขึ้นไปในตำแหน่งเดิมในผู้ที่ร่องแก้มไม่ลึกมาก หรือในผู้ที่ร่องแก้มลึกมากก็สามารถส่งผลให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ในโปรแกรม Ultraformer III ยังมีพลังงานที่ช่วยในการสร้างและจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผิวบริเวณที่ทำมีความแน่น อิ่มฟู และยังมีความยืดหยุ่นได้ในระยะยาว

ทำไมโปรแกรม Ultraformer III ถึงน่าสนใจมากกว่าการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์?
เนื่องจากจุดเด่นของโปรแกรม Ultraformer III ในการแก้ปัญหาร่องแก้ม คือการที่ให้ผลลัพธ์ที่แลดูมีความเป็นธรรมชาติอันเกิดจากการหดตัวของผิวหนังและยังมีการสร้างคอลลาเจนให้เกิดใหม่เพิ่ม เติมเต็มและเพิ่มความกระชับแน่นฟูของผิว จึงไม่ใช่การนำสารแปลกปลอม หรือสิ่งอื่นที่ไม่ได้เกิดจากร่างกายของตัวเองเข้าไปเติมในใบหน้า
แต่กลับเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวเดิมให้กลับมาแข็งแรงมากและยกกระชับมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงทำให้ใบหน้าภาพรวมดูกระชับขึ้นด้วยไม่ใช่แค่ดูดีขึ้นเพียงบริเวณเดียว โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาอื่นๆที่มาจากวัสดุแปลกปลอม เช่น ผลิตภัณฑ์ปลอม แพทย์ที่ไม่ได้รับการอบรมมา ฉีดผิดชั้นผิว ฉีดไม่ดีทำให้เป็นก้อน เกิดการติดเชื้อจากรอยเข็ม หรือความเสี่ยงจากการฉีดเข้าเส้นเลือด เป็นต้น
นอกจากนี้การทำโปรแกรม Ultraformer III ยังเป็นโปรแกรมที่แทบไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเสร็จ เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้หน้า เนื่องจากสามารถแต่งหน้าและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เลยโดยไม่มีรอยเข็ม

ผลลัพธ์หลังจากการทำโปรแกรม Ultraformer III
หลังจากการทำ Ultraformer III จะเริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้หลังทำประมาณ 20-30% และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 1-3 เดือนหลังจากนั้น เนื่องจากร่างกายของคนเราจะต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน
ผลลัพธ์หลังจากการทำโดยรวมจะคงอยู่ได้นานประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองไลฟ์สไตล์และสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หากคุณกำลังมองหาวิธีคืนความอ่อนเยาว์ให้ใบหน้าและจัดการกับปัญหาร่องแก้มอย่างตรงจุด การเลือกใช้เครื่องยกกระชับประสิทธิภาพสูงอย่างโปรแกรม Ultraformer III ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาร่องแก้ม แต่ยังช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน ช่วยในการสร้างคอลลาเจนและยังช่วยในการชะลอความเสื่อมของผิวในอนาคตได้เป็นอย่างดี
